ผิวมัน (Oily Skin) เกิดจากอะไร รักษาได้ไหม ?

ระยะเวลา : 8 นาที
หลายคนคงเซ็งไม่น้อย ถ้าระหว่างวันหน้ามันเยิ้ม เห็นรูขุมขนชัด นี่คือสัญญาณที่บอกว่าคุณเป็น “ผิวมันหรือ Oily Skin” หลายคนจึงพยายามล้างหน้าบ่อย ๆ หรือใช้สกินแคร์ หรือ มอยซ์เจอร์ไรเซอร์ หลายตัวปิดไว้ ซึ่งความจริงแล้ว ผิวมัน รูขุมขนกว้าง ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ถาวร แต่ถึงอย่างไรเรายังสามารถ “ควบคุมและบำรุง” เพื่อสร้างสมดุลผิวได้ หากเราเข้าใจวิธีดูแลที่ถูกต้อง
บทความนี้ ศิริราชบำรุงเวชจะพามาทำความเข้าใจสาเหตุที่แท้จริงของ Oily Skin พร้อมวิธีดูแลอย่างถูกต้องที่จะช่วยให้คุณสามารถบอกลาเรื่องหน้ามันเยิ้มได้เลย
Highlight
Oily Skin หรือภาวะหน้ามัน เกิดจากหลายสาเหตุ เช่น โครงสร้างพันธุกรรม ระบบทำงานของต่อมไขมัน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน
พฤติกรรมที่ไม่ดูแลผิวหน้า เช่น ล้างหน้าบ่อย นอนน้อย เครียด คือสิ่งที่กระตุ้นให้ผิวมันมากขึ้นกว่าเดิม
รู้จัก "ผิวมันขาดน้ำ" ที่หลายคนเข้าใจผิดกับผิวมัน อาการที่เกิดจากผิวขาดความชุ่มชื้น จนร่างกายต้องเร่งผลิตน้ำมันมาชดเชย
คนผิวมันควรใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ช่วยคุมความมัน ลดการอุดตัน พร้อมส่วนผสม เช่น Niacinamide, Zinc และ AHA/BHA
Oily Skin คืออะไร ทำไมหน้าถึงมันเยิ้ม?

Oily Skin หรือ หน้ามัน ที่เราคุ้นหูกัน คือภาวะที่ต่อมไขมันใต้ผิวหนัง ซึ่งทำหน้าผลิตน้ำมันมาเป็นเกราะป้องกันผิวและรักษาความชุ่มชื้น ผลิตไขมันในปริมาณที่มากเกินปกติ ทำให้สำหรับคนที่มีภาวะ Oily Skin นั้นทั่วทั้งใบหน้าจะมีความมันเยิ้มอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะ T-Zone (หน้าผาก จมูก และคาง) ซึ่งเป็นจุดที่มีต่อมไขมันอยู่เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เสี่ยงอุดตัน รูขุมขนกว้างได้ง่ายกว่าผิวประเภทอื่น
4 ปัจจัยที่กระตุ้นภาวะ Oily Skin
สำหรับคนที่เป็น Oily Skin นั้นไม่ได้เกิดขึ้นมาโดยบังเอิญหรือเป็นเองโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่เกิดได้จาก 4 ปัจจัยได้แก่
1. ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง
หนึ่งในตัวต้นเหตุที่กระตุ้น Oily Skin คือ “ฮอร์โมนแอนโดรเจน (Androgens)” กลุ่มฮอร์โมนเพศชายที่มีในร่างกายไม่ว่าจะผู้ชายและผู้หญิง ฮอร์โมนกลุ่มนี้มีส่วนกระตุ้นการผลิตน้ำมันในร่างกาย หากมีมากเกินไปต่อมไขมันก็จะผลิตน้ำมันออกมาในปริมาณมากจนล้นทะลัก นี่เลยเป็นอีกเหตุผลที่ช่วงวัยรุ่น ช่วงก่อนประจำเดือนมา หรือตอนที่ฮอร์โมนร่างกายเปลี่ยนแปลง เรามักพบปัญหาหน้ามัน Oily Skin
2. กรรมพันธุ์
ลองถามหรือสังเกตคนในครอบครัวเกี่ยวกับ ผิวมัน เพราะสามารถส่งต่อผ่านทางกรรมพันธุ์ หากคนในครอบครัวมีผิวมัน คุณเองก็มีโอกาสที่จะได้รับมรดกทางผิวพรรณสูง แม้ปัจจัยนี้จะแก้ไม่ได้ แต่เราสามารถควบคุมและดูแลให้ดีขึ้นได้
3. สภาพแวดล้อม
แน่นอนว่า ลม ฟ้า อากาศ และมลภาวะในไทยเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่พร้อมทำร้ายผิวทุกเมื่อ โดยเฉพาะคนที่มีผิวมัน เมื่อเจอความชื้นและอุณหภูมิที่สูงขึ้น ผิวจะมันมากขึ้นกว่าปกติ และเมื่อเจอแดด ฝุ่น หรือเชื้อโรคในอากาศ สิ่งเหล่านี้จะแทรกตัวเข้าไปอุดตันรูขุมขน ทำให้สมดุลผิวพังลงและนำไปสู่ “Oily Skin Cycle” วงจรผิวมันที่รับมือยาก
4. พฤติกรรมกระตุ้นภาวะ Oily Skin
ล้างหน้าบ่อย : การล้างหน้ามากกว่า 2 ครั้ง/วัน หรือใช้โฟมล้างหน้าที่มีสารรุนแรงเกินไป ซึ่งอาจทำลายน้ำมันตามธรรมชาติบนผิวออกไป ทำให้ผิวแห้งและรูขุมขนผลิตน้ำมันออกมาเพิ่มมากขึ้น
รับประทานอาหารที่มีน้ำตาลสูง : ขนมหวาน ขนมปังขาว ข้าวขาว หรือผลิตภัณฑ์จากนม เช่น ชีส ครีม เนย อาหารเหล่านี้ล้วนกระตุ้นอาการของคนที่เป็น Oily Skin
นอนน้อยหรือเครียด : ถ้าเราพักผ่อนไม่เพียงพอหรือมีความเครียดสะสม ฮอร์โมนร่างกายอาจทำงานผิดปกติและไปกระตุ้นต่อมไขมันให้ทำงานหนัก จนเกิดสิวอุดตันในที่สุด
ใช้สกินแคร์ผิดประเภท : เมื่อคนผิวมันไปใช้สกินแคร์เนื้อครีมหนัก ๆ หรือมีน้ำมันเป็นส่วนผสม ผิวของคุณจะได้ภาระเพิ่มขึ้นและเกิดการอุดตันได้
รู้จัก “ผิวมันขาดน้ำ” อีกหนึ่งปัญหาที่คนสับสน

หลายคนอาจเคยสงสัย "หน้ามันแต่ทำไมรู้สึกผิวแห้ง" จนคิดว่านี่คือ อาการของ Oily Skin แท้จริงแล้วเกิดจากผิวขาดน้ำหรือความชุ่มชื้น จนร่างกายต้องเร่งผลิตน้ำมันออกมาเพื่อทดแทนส่วนที่ขาดไป ส่งผลให้ผิวหน้าภายนอกดูมันเยิ้ม แต่ผิวชั้นในแห้งกร้าน ไม่ชุ่มชื้น และอ่อนแอกว่าปกติ เสี่ยงต่อการอุดตันและปัญหาสิวต่าง ๆ อีกทั้งอาการนี้สามารถเกิดได้กับทุกสภาพผิว
สาเหตุของผิวมันขาดน้ำ
อยู่ในห้องแอร์นาน ๆ หรืออยู่ในพื้นที่ที่มีความชื้นต่ำ
ไม่ค่อยใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว
ดื่มน้ำน้อยเกินไปในแต่ละวัน
ใช้มือสัมผัสใบหน้าบ่อย
ใช้สกินแคร์ที่มีแอลกอฮอล์สูง
Oily Skin รักษาได้ไหม ต้องดูแลอย่างไร

อย่างที่บอกไปตอนช่วงต้นบทความว่า ลักษณะผิวแบบ Oily Skin ไม่สามารถรักษาให้หายขาดถาวรได้ เพราะมีความเกี่ยวข้องกับโครงสร้างผิวและพันธุกรรมในร่างกาย แต่ถึงอย่างไรเรายังสามารถควบคุมให้ผิวสมดุลได้ ด้วยการดูแลอย่างถูกวิธีใน 3 ขั้นตอน ดังนี้
1. ลดความมันส่วนเกิน
ล้างหน้าให้ถูกต้อง : วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่อ่อนโยนต่อผิว
เลี่ยงน้ำร้อน : ควรใช้น้ำอุณหภูมิห้อง เพื่อรักษาความชุ่มชื้นและน้ำมันบนผิว
ใช้สกินแคร์สำหรับ Oily Skin : เลือกสูตรที่คุมมันด้วยส่วนผสม Niacinamide และ Zinc
ใช้กระดาษซับมัน : ซับหน้าเบา ๆ เพื่อลดความมันก่อนเติมเครื่องสำอาง เพื่อให้ติดทนนานขึ้น
2. ดูแลรูขุมขนให้กระชับ
ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี AHA หรือ BHA สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อผลัดเซลล์ผิว ทำความสะอาดสิ่งสกปรกในรูขุมขน ลดการอุดตันรูขุมขนของคนที่มี Oily Skin
แสงแดดทำให้รูขุมขนกว้าง ควรใช้กันแดด SPF50+ สูตร Oil-free ซึมไวไม่เหนอะหนะ
3. ปรับสมดุลผิว
มอยซ์เจอร์ไรเซอร์สำคัญ : Oily Skin ยังคงต้องการความชุ่มชื้น โดยควรใช้ มอยซ์เจอร์ไรเซอร์ เนื้อบางเบา ช่วยปรับสมดุล คุมความมันส่วนเกิน และยังสำคัญกับทุกสภาพผิว
ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารปลอบประโลมผิว : เช่น วิตามิน E และกลีเซอรีน เพื่อล็อกความชุ่มชื้นและลดการระคายเคืองของผิว
สรุป : Oily Skin ปรับพฤติกรรม เปลี่ยนวิธีดูแลเพื่อสุขภาพผิวที่ดี
ปัญหา Oily Skin อาจดูเป็นเรื่องน่ารำคาญจนหลายคนรู้สึกอยากยอมแพ้ไปหลายต่อหลายครั้ง แต่ถ้าค่อย ๆ ทำความเข้าใจต้นเหตุต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นฮอร์โมน พันธุกรรม และพฤติกรรม พร้อมทั้งเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยปรับสมดุล เติมความชุ่มชื้น และคุมความมันอย่างถูกวิธี ผิวของคุณก็จะมีสุขภาพดีและลดโอกาสการเกิดสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
FAQ คำถามที่พบบ่อย
Q1 : คนผิวมันใช้โทนเนอร์ได้ไหม ?
A1 : สามารถใช้ได้ คนที่มี Oily Skin ควรเลือกโทนเนอร์ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิว เพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่อุดตันในรูขุมขนออกไป ศิริราชบำรุงเวชขอแนะนำให้ใช้ควบคู่กับมอยซ์เจอร์ไรเซอร์เป็นประจำ เพื่อป้องกันผิวแห้งตึง
Q2 : คนที่มีผิวมันต้องใช้สกินแคร์สูตรปราศจากน้ำมันทั้งหมดหรือไม่ ?
A2 : ไม่เสมอไป คนที่มีผิวมันสามารถใช้ Jojoba Oil ได้ เพราะมีโครงสร้างคล้ายน้ำมันบนผิวเรา ซึมไว และไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน รวมทำให้ต่อมไขมันใต้ผิวทำงานลดลง
Q3 : ล้างหน้าด้วยน้ำแข็ง ช่วยลดความมันจริงไหม ?
A3 : การเอาหน้าแช่น้ำแข็งช่วยกระชับรูขุมขนได้จริง ช่วยกระตุ้นให้ผิวรู้สึกสดชื่น ลดความมันส่วนเกินเพียงชั่วคราว เท่านั้น แต่ไม่ถึงขั้นปรับเปลี่ยนโครงสร้างผิวได้ในระยะยาว
สามารถดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์ของศิริราชบำรุงเวชเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.sirirajbrv.com
Facebook : Sirirajbumrungvej
หรือโทรศัพท์สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : 096-893-0062