ผื่นร้อนรักษายังไง รู้จักที่มาและวิธีดูแลง่าย ๆ จากที่บ้าน

ผื่นร้อนรักษายังไง รู้จักที่มาและวิธีดูแลง่าย ๆ จากที่บ้าน

3 เมษายน 2569

แชร์:

ระยะเวลา : 6 นาที

ในสภาพอากาศที่ร้อนชื้นแทบทั้งปีอย่างประเทศไทย ปัญหาผื่นร้อนจึงเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ไม่ยาก คนไทยเลยชอบมีอาการตุ่มแดงเล็ก ๆ ตามตัวที่ทำให้ระคายเคือง ดูแลยังไงก็ไม่หายสักที จนรู้สึกรำคาญใจและสงสัยว่าผื่นร้อนรักษายังไง หรือเกิดจากอะไรกันแน่

บทความนี้ศิริราชบำรุงเวชจะพาคุณมาทำความเข้าใจว่า ทำไมคนไทยชอบเป็นผื่นร้อน ผื่นและผดต่างกันอย่างไร รวมถึงแนวทางดูแล เพื่อช่วยให้หายจากการเป็นผื่นและลดโอกาสเกิดซ้ำในอนาคต

ผื่นร้อนคืออะไร ?

ผื่นร้อนหรือผื่นแพ้เหงื่อ คือปฏิกิริยาทางร่างกายที่สามารถเกิดจาก 2 ปัจจัยคือ อาการกำเริบของผื่นผิวหนังที่เป็นอยู่เดิม เกิดในบริเวณที่มีเหงื่อออกมาก และอีกปัจจัยคือผื่นลมพิษที่ภูมิต้านทานในร่างกายตอบสนองต่อมเหงื่อ โดยทั้งสองประเภทมีเหงื่อเป็นตัวกระตุ้นเหมือนกัน โดยมีลักษณะอาการแตกต่างกันคือ

  • ลักษณะของอาการผื่นผิวหนังเดิมกำเริบ : ผื่นขึ้นตามข้อพับและซอกคอเป็นระยะ ๆ เมื่อเหงื่อออก แล้วจะค่อย ๆ ยุบหายไปเอง

  • ลักษณะของผื่นจากลมพิษ : มีจุดผื่นนูนแดงเป็นปื้นกว้าง โดยสามารถหายได้ภายใน 30 นาที - 1 ชั่วโมง หรือบางรายอาจมีอาการแน่นหน้าอก ตาบวม ปากบวมร่วมด้วย ซึ่งควรพบแพทย์ในทันที

ผดต่างจากผื่นอย่างไร ?

หลายคนมักเคยได้ยินคำว่าผื่นและผด แต่อาจไม่ทราบความแตกต่างของทั้งสองประเภท หรือคิดว่ามันเป็นสิ่งเดียวกัน แต่ที่จริงแล้ว ผดคือภาวะท่อเหงื่ออุดตัน ทำให้เหงื่อไม่สามารถระบายออกมาได้ และเกิดเป็นเม็ดเล็ก ๆ ตามร่างกาย มักเกิดในสภาพอากาศร้อน หรือหลังออกกำลังกาย โดยแยกออกมาเป็น 4 ประเภทคือ

1. ผดใส (Miliaria crystallina) : ผดจากผิวหนังอุดตัน มีลักษณะเป็นตุ่มใสขนาดเล็ก แตกได้ง่าย โดยไม่มีอาการคันและไม่มีรอยแดง สามารถหายได้เอง

2. ผดแดง (Miliaria rubra) : ผดสีแดงที่พบได้บ่อย มักมีอาการคันตามร่างกาย และเกิดบริเวณข้อพับ คอ รักแร้

3. ผดหนอง (Miliaria pustulosa) : ผดแดงที่ติดเชื้อจากการเกา จนกลายเป็นตุ่มหนอง ทำให้มีลักษณะเป็นผดแดง ๆ

4. ผดแบบลึก (Miliaria profunda) : มีลักษณะเป็นตุ่มใต้ผิวหนังขนาดใหญ่แข็ง ๆ เกิดจากการเป็นผดเรื้อรังจนทำให้ท่อระบายเหงื่อที่อยู่ลึกลงไปในผิวหนังอุดตัน

ใครเสี่ยงเป็นผื่นร้อนบ้าง ?

BRV_SIRIRAJ-Mar-Blog-06-01

ผื่นร้อนสามารถเกิดได้กับทุกวัย และมีปัจจัยกระตุ้นจากอายุและพฤติกรรมได้เช่นกัน

1. เด็กทารกและเด็กเล็ก

วัยเด็กต่อมเหงื่อและโครงสร้างยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ จึงทำให้ท่อระบายเหงื่ออุดตันง่าย โดยเฉพาะในวันที่อากาศร้อน ใส่เสื้อผ้าหนา เด็กจึงเป็นวัยที่เกิดผื่นร้อนและผดได้ง่ายกว่าวัยอื่น ๆ

2. ผู้มีภาวะอ้วน

ผู้ที่มีภาวะอ้วนจะมีเหงื่อออกมาก ทำให้บริเวณข้อพับและซอกคออับชื้นได้ง่าย โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่เหงื่อออกมากกว่าปกติ จนกลายเป็นท่อเหงื่ออุดตัน และเกิดผื่นร้อนและผดคันได้

3. ผู้ที่ออกกำลังหรืออยู่กลางแจ้งเป็นประจำ

เมื่อต้องอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน หรือออกกำลังกายเป็นประจำ ทำให้มีเหงื่อมาก เสี่ยงต่อการเป็นลมพิษ มีผื่นร้อนและผดขึ้นได้ง่าย

4. ผู้ป่วยติดเตียง

คือกลุ่มที่ต้องอยู่ในท่าเดิมนาน ๆ ทำให้มีแผลกดทับ เวลาเหงื่อออกจึงอับชื้นได้ง่าย กลายเป็นผื่นที่ผิวหนังซึ่งเกิดจากความชื้นสะสม

ผดและผื่นร้อนรักษายังไง

BRV_SIRIRAJ-Mar-Blog-06-02

หลายคนสงสัยว่า ผดและผื่นร้อนรักษายังไง เพราะดูแลแบบไหนก็กลับมาเป็นตลอด ซึ่งที่จริงแล้ว ผดและผื่นที่มีต้นตอจากเหงื่อสามารถดูแลได้ง่าย ๆ ด้วยการปรับพฤติกรรมเพื่อลดความอับชื้นที่ผิวหนัง :

  • เลือกเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี และเลี่ยงใส่เสื้อผ้ารัด ๆ เพราะจะทำให้อับชื้นและเกิดการเสียดสีง่าย

  • หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้ง หรือพยายามหาที่ร่มพักเป็นระยะ ๆ รวมถึงกางร่มเมื่อต้องออกแดด

  • พกพัดลมมือถือและทิชชูซับเหงื่อ ช่วยลดความร้อนและลดความอับชื้น

  • ทำความสะอาดร่างกายด้วยครีมอาบน้ำสูตรอ่อนโยน เพื่อป้องกันไม่ให้ผื่นร้อนเกิดการอักเสบมากกว่าเดิม

  • ทาโลชั่นที่เนื้อบางเบา เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวอุดตัน โดยที่ยังคงเสริมความชุ่มชื้นให้เกราะป้องกันผิวแข็งแรง

  • ทำความสะอาดที่นอนสม่ำเสมอ ในช่วงหน้าร้อนควรซักผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม และปลอกหมอนอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เพื่อกำจัดสิ่งสกปรกและเหงื่อที่จะมาทำให้ผิวระคายเคือง

สรุป : ผดและผื่นร้อนเป็นอาการทางร่างกายที่มีสาเหตุจากอากาศที่ร้อน ทำให้ร่างกายถูกกระตุ้นโดยเหงื่อจนกลายเป็นผื่นแดงปื้น ๆ หรือผดตุ่มเล็ก ๆ ตามตัว ส่วนคำถามที่ว่าผื่นร้อนรักษายังไง สามารถตอบได้ว่า ผดและผื่นร้อนแม้จะเป็นอาการที่หายได้เอง แต่ก็สร้างความรำคาญใจ และเกิดคำถามที่ว่า ผื่นรักษายังไง ทำไมไม่หายสักที

การรักษาผื่นร้อนและผดนั้นเพียงปรับพฤติกรรม หันมาดูแลเรื่องความอับชื้นบนร่างกาย งดการออกแดดกลางแจ้ง พกร่มหรือพัดลมมือถือ เพื่อทำให้ร่างกายเย็นและลดเหงื่อ พร้อมดูแลผิวด้วยการทำความสะอาดและเสริมความชุ่มชื้น เพื่อให้เกราะป้องกันแข็งแรง

โดยหากผื่นมีอาการรุนแรง คันมาก ลุกลาม ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและดูแลรักษาอย่างเหมาะสม

สามารถดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์ของศิริราชบำรุงเวชเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.sirirajbrv.com

Facebook : Sirirajbumrungvej

หรือโทรศัพท์สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : 096-893-0062

แชร์: