มัดรวมขั้นตอนการลงสกินแคร์สำหรับทุกสภาพผิว - ลงยังไงให้เหมาะกับผิวของคุณ

มัดรวมขั้นตอนการลงสกินแคร์สำหรับทุกสภาพผิว - ลงยังไงให้เหมาะกับผิวของคุณ

27 พฤศจิกายน 2568

แชร์:

ระยะเวลา : 11 นาที

‘สกินแคร์’ คือชื่อเรียกโดยรวมของผลิตภัณฑ์ใช้บำรุงผิวหน้าและผิวกาย เพื่อให้ผิวมีสุขภาพแข็งแรง ดูชุ่มชื้น และไม่โทรมหมอง โดยปัจจุบันแบรนด์ได้ผลิตสกินแคร์มาหลากหลาย เพื่อให้ตอบโจทย์ผู้บริโภค ซึ่งอาจทำให้หลายคนสับสนว่า เราต้องใช้สกินแคร์ตัวไหนบ้าง หรือควรเรียงลำดับอย่างไร เพราะการเรียงสกินแคร์ให้ถูกขั้นตอนเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เราได้ผิวในแบบที่ต้องการ

การเรียงลำดับสกินแคร์ หรือ Skincare Routine มีหลากหลายแบบ เราจะเห็นได้ว่ามีทั้งคนที่แนะนำ 10 ขั้นตอนการลงสกินแคร์ ไปจนถึงรูปแบบ Minimal ที่เน้นใช้น้อยชิ้นแต่ได้ผลมาก ซึ่งอาจไม่มีอันไหนผิดหรือถูก แต่ขึ้นอยู่กับสภาพผิวว่าต้องการการบำรุงแบบใด เราจึงต้องรู้จักผิวเราให้ดีเสียก่อนจะเริ่มใช้สกินแคร์

รู้จัก 5 ประเภทผิว

Skin Types หรือประเภทของสภาพผิวสามารถแบ่งออกได้คร่าว ๆ เป็น 5 ประเภท คือ

  • ผิวธรรมดา : ผิวสุขภาพดี รูขุมขนเล็ก ดูผิวนุ่มและเรียบเนียน

  • ผิวแห้ง : ผิวแห้งลอก หน้ามีขุยขาว

  • ผิวแพ้ง่าย : ผิวเกิดอาการคัน ผื่น หรืออักเสบได้ง่ายหลังใช้สกินแคร์

  • ผิวมัน : มีรูขุมขนกว้าง เป็นสิวง่าย

  • ผิวผสม : ผิวมันเฉพาะบริเวณหน้าผาก คาง และจมูก ในขณะที่ผิวแก้มแห้ง

โดยสภาพผิวของคนเราสามารถเปลี่ยนแปลงได้ระหว่างวัย หรืออาจเกิดจากผลกระทบจากปัจจัยต่าง ๆ ทำให้เปลี่ยนไป ดังนั้นควรสังเกตสภาพผิวตัวเองอยู่เสมอ และเปลี่ยนมาใช้สกินแคร์ที่เหมาะกับสภาพผิวในช่วงนั้น ๆ เช่น เมื่อเริ่มมีริ้วรอยก็ควรใช้สกินแคร์ที่ลดริ้วรอย หรือในช่วงที่ผิวบอบบางเป็นพิเศษก็ควรใช้สกินแคร์ที่ช่วยให้ผิวแข็งแรง

รู้จัก 4 ประเภทของสกินแคร์

สกินแคร์ที่เราเห็นกันในตลาดนั้นมีหลากหลายประเภท ตั้งแต่โทนเนอร์ เซรั่ม เอสเซนส์ มอยซ์เจอร์ไรเซอร์ ไปจนถึงที่มาสก์หน้า ทำให้บางคนอาจสับสนว่า เราต้องซื้อใช้ทุกรูปแบบเลยไหม หรือแต่ละอันแตกต่างกันอย่างไร เพราะถึงแม้สกินแคร์เหล่านี้จะทำหน้าที่บำรุงผิวเหมือนกันแต่ก็อาจมีจุดประสงค์ในการบำรุงที่แตกต่างกัน

  • Makeup Remover & Cleanser

    คือสกินแคร์ที่ใช้สำหรับทำความสะอาดผิวหน้า โดยมีความแตกต่างคือ Makeup Remover ออกแบบมาให้ล้างเครื่องสำอางและครีมกันแดดได้ดีกว่า Cleanser ทั่วไป ส่วน Cleanser ทำหน้าที่ในการชะล้างสิ่งสกปรกที่อาจตกค้างอยู่ในรูขุมขน จึงควรใช้สกินแคร์ทั้ง 2 ประเภท หรือเลือกใช้ Cleanser ที่เป็น Makeup Remover ในตัวด้วย

  • Toner & Serum & Essence

    ทั้ง 3 อย่าง คือสกินแคร์ที่มักมีสารบำรุง โดยแตกต่างกันไปตามลักษณะเนื้อครีม ซึ่ง Toner และ Essence มักใช้ช่วยเตรียมผิวสำหรับการบำรุง และให้ Serum เป็นสกินแคร์ที่มีความเข้มข้นสูง นอกจากนี้ยังมี Mask ที่เป็นการนำเซรั่มหรือสารบำรุงเข้มข้นมาเคลือบไว้กับผิวหน้าในระยะหนึ่ง เพื่อให้สารบำรุงซึมเข้าสู่ผิวได้ดี แต่ทั้งหมดมีหน้าที่เหมือนกันและสามารถเลือกใช้ได้ตามความต้องการ

  • Emulsion & Lotion & Cream

    ทั้ง 3 ประเภทคือมอยซ์เจอร์ไรเซอร์หรือสกินแคร์ที่มีหน้าที่เติมความชุ่มชื้นและล็อกความชุ่มชื้นไว้ในผิว โดยมีความแตกต่างคือลักษณะของเนื้อสัมผัสและปริมาณน้ำมันในส่วนผสม

  • Sunscreen

    ครีมกันแดดคือสกินแคร์ที่ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดและมลภาวะต่าง ๆ ควรทาทุกวันเพื่อป้องกันไม่ให้ผิวเสีย

จากประเภทสกินแคร์ด้านบน เราสามารถแบ่งขั้นตอนในการลงสกินแคร์ ได้เป็น 3 สิ่งสำคัญที่ไม่ว่าสภาพผิวไหนก็ควรจะต้องทำ คือ

  1. ทำความสะอาด : แต่ละวันเราต้องเจอกับมลภาวะ เครื่องสำอาง หรือสิ่งสกปรกมากมาย การล้างหน้าจึงเป็นขั้นตอนสำคัญสำหรับทุกสภาพผิว เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวอุดตัน

  2. เติมความชุ่มชื้น : ทุกสภาพผิวต้องการความชุ่มชื้นเพื่อให้เกราะป้องกันผิวทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยควรเลือกเนื้อสัมผัสของครีมให้เหมาะสมกับแต่ละสภาพผิว

  3. ปกป้องผิว : รังสี UV จากแสงแดดคือตัวการสำคัญของปัญหาผิวไม่ว่าจะเป็น ผิวหมองคล้ำ ริ้วรอยก่อนวัย ฝ้ากระ ผิวอักเสบ ไปจนถึงมะเร็งผิวหนัง ดังนั้นการทาครีมกันแดดจึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญไม่แพ้กัน

ขั้นตอนการลงสกินแคร์สำหรับผิวแห้งและผิวแพ้ง่าย

ผิวแห้งและผิวแพ้ง่ายคือ ผิวที่ขาดความชุ่มชื้น ระคายเคืองง่าย เราจึงต้องเติมน้ำให้ผิวอย่างเข้มข้นและสม่ำเสมอ เพื่อเสริมสร้างเกราะให้กับผิว และการเลือกใช้สกินแคร์หรือเลือกขั้นตอนการลงสกินแคร์จึงควรพิจารณาให้อ่อนโยนต่อผิวมากที่สุดและเน้นเพิ่มน้ำให้กับผิว :

  1. ล้างหน้าด้วยคลีนเซอร์ที่ไม่มีน้ำหอมหรือสูตรอ่อนโยนต่อผิว โดยอาจมองหาคลีนเซอร์ที่ช่วยมอบความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าได้ดี และไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีเม็ดสครับเนื่องจากจะทำให้ผิวระคายเคืองมากกว่าเดิม

  2. ลงมอยซ์เจอร์ไรเซอร์เช้าและเย็น โดยควรทาช่วงที่หน้ากำลังแห้งหมาด ๆ หลังอาบน้ำ และเลือกมอยซ์เจอร์ไรเซอร์ที่เน้นให้ความชุ่มชื้นได้ดี เช่น มอยซ์เจอร์ไรเซอร์เนื้อครีม

  3. ลงครีมกันแดดปิดท้ายในตอนเช้า โดยควรใช้ครีมที่มี SPF30 ขึ้นไป นอกจากนี้คนที่มีผิวแห้งยังสามารถใช้ครีมกันแดดที่มีสารเพิ่มความชุ่มชื้นในส่วนผสมได้อีกด้วย

ขั้นตอนการลงสกินแคร์สำหรับผิวมัน

คนที่มีผิวมันง่ายมักเป็นสิวง่ายเช่นกัน จึงควรใช้สกินแคร์ที่ให้ความรู้สึกบางเบา ไม่หนักหน้าระหว่างวัน ไม่ทำให้ผิวอุดตัน แต่ยังคงให้ความชุ่มชื้นได้ดีและไม่ทำให้หน้าแห้งจนเกินไป :

  1. คลีนเซอร์ที่ไม่ทำให้หน้าแห้งหลังจากล้าง เช่น โฟมล้างหน้าสำหรับคนที่มีผิวมัน หรือเจลล้างหน้าที่ช่วยชำระล้างความมันส่วนเกิน โดยควรล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง และล้างหน้าให้สะอาดหมดจด เพื่อป้องกันสิวและลดความมัน

  2. บำรุงด้วยเซรั่มที่ดูแลปัญหาผิวเฉพาะทาง เช่น เซรั่มแก้ปัญหาสิว หรือปัญหาริ้วรอย โดยควรดูแลทีละปัญหาไป เพื่อป้องกันรูขุมขนอุดตัน

  3. ลงมอยซ์เจอร์ไรเซอร์ที่ไม่ทำให้รูขุมขนอุดตัน เนื้อบางเบา โดยอาจใช้มอยซ์ที่มีสารบำรุงอื่น ๆ เพิ่มขึ้นด้วยหากคุณไม่ได้ใช้เซรั่ม เช่น มอยซ์เจอร์ไรเซอร์ที่มีส่วนผสมของ Vitamin B3 ที่ช่วยเรื่องความกระจ่างใส หรือ Vitamin E ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ

  4. ทาครีมกันแดด เพราะแสงแดดอาจทำให้ผิวเราผลิตน้ำมันออกมาได้มากกว่าปกติ ดังนั้นการใช้ครีมกันแดด SPF30 ขึ้นไปจึงสำคัญ โดยควรใช้ครีมกันแดด Oil-Free ที่บางเบา ไม่ทำให้อุดตัน

ขั้นตอนการลงสกินแคร์สำหรับผิวผสม

คนที่มีผิวผสมต้องใช้ขั้นตอนการลงสกินแคร์ที่ช่วยบาลานซ์ผิวได้ดี เนื่องจากใบหน้าจะมีความมันช่วง T โซนเป็นพิเศษ การดูแลผิวหน้าจึงต้องให้ไม่แห้งและไม่ชุ่มชื้นจนเกินไป โดยควรมีขั้นตอนการลงสกินแคร์ดังนี้ :

  1. ล้างหน้าด้วยคลีนเซอร์ 2 รอบ แบ่งเป็นคลีนเซอร์ประเภท Oil-based และ Water-based เช่น ใช้บาล์มล้างเครื่องสำอางจากนั้นตามด้วยโฟมล้างหน้าเพื่อบาลานซ์ความชุ่มชื้นในผิวได้ดี

  2. บำรุงผิวด้วยเซรั่มที่ช่วยดูแลปัญหาผิว โดยคนที่มีผิวผสมควรเลือกใช้เซรั่มหรือสกินแคร์บำรุง ไม่ทำรูขุมขนอุดตัน เพื่อไม่ให้ผิวมันกว่าปกติ

  3. ลงมอยซ์เจอร์ไรเซอร์ที่มีความบางเบา ไม่หนักผิว

  4. ทาครีมกันแดดที่ไม่ทำให้ผิวเหนอะหนะ และมี SPF30 ขึ้นไป

ขั้นตอนการลงสกินแคร์สำหรับผิวธรรมดา

ผิวธรรมดาคือผิวที่มีสุขภาพดีเป็นปกติ ทำให้คนที่มีผิวธรรมดามักไม่มีปัญหาผิวเท่าไร ขั้นตอนการลงสกินแคร์จึงไม่ยุ่งยาก เป็นเพียงการรักษาเบสิครูทีนให้มีผิวสุขภาพดี

  1. ล้างหน้าด้วยคลีนซิ่งที่อ่อนโยนต่อผิว ไม่ทำให้ผิวแห้ง

  2. บำรุงด้วยมอยซ์เจอร์ไรเซอร์ที่บางเบาและเน้นเติมความชุ่มชื้น เพื่อรักษาเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง

  3. ใช้เซรั่มที่ช่วยบำรุงผิวด้านอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น ความกระจ่างใสหรือริ้วรอย โดยพยายามเลือกสกินแคร์ที่อ่อนโยน เนื่องจากจะทำให้ผิวสูญเสียบาลานซ์ได้

  4. ทาครีมกันแดดที่มี SPF30 ขึ้นไปทุกเช้า เพื่อป้องกันไม่ให้รังสี UV ทำร้ายผิว

ดูแลผิวหน้าด้วยการเลือกสกินแคร์ที่อ่อนโยนและตอบโจทย์

นอกเหนือจากการใช้ขั้นตอนการลงสกินแคร์ที่เหมาะกับสภาพผิว ตัวผลิตภัณฑ์เองก็เป็นส่วนสำคัญเช่นกัน เพราะถ้าเราไม่รู้ว่าผิวต้องการการดูแลแบบใด อาจส่งผลให้ไม่ได้ผลลัพธ์ผิวแบบที่ต้องการ มาดูกันว่า เราควรมองหาสกินแคร์แบบใดที่จะเหมาะกับผิว :

  • ผิวแห้งและผิวแพ้ง่าย ควรมองหาสกินแคร์ที่เป็นสูตรอ่อนโยน และมีส่วนผสมของ Hyaluronic Acid, Glycerin, หรือ Ceramides เป็นต้น

  • ผิวมัน ควรมองหาผลิตภัณฑ์ที่เป็น Oil-Free หรือเนื้อเจล เพื่อบาลานซ์น้ำมันในผิว

  • ผิวผสม ควรใช้สกินแคร์ที่ช่วยบาลานซ์ความมันได้ดี โดยในช่วงเช้าควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็น Oil-Free และกลางคืนควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นได้ดี

  • ผิวธรรมดา ใช้สกินแคร์ที่เน้นให้ความชุ่มชื้นและไม่ทำร้ายผิว โดยเฉพาะสกินแคร์ที่มีค่า pH 5.5 ที่จะช่วยรักษาสมดุลผิวได้ดี

การเลือกสกินแคร์ที่สำคัญยังควรเลือกจากมาตรฐานที่น่าเชื่อถือ อย่างสกินแคร์ของศิริราชบำรุงเวชที่พัฒนาโดยเภสัชกรจากโรงพยาบาลศิริราช ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวได้อย่างล้ำลึก และบำรุงให้แข็งแรงและมีสุขภาพดี

ศิริราช มอยซ์เจอร์ ริช ครีม : มอยซ์เจอร์ไรเซอร์ที่มีวิตามิน E ถึง 5% ให้คุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ทำให้ผิวชุ่มชื้นอย่างล้ำลึก แลดูกระจ่างใส และปราศจากน้ำหอม เนื้อครีมเข้มข้นแต่ซึมเข้าผิวได้รวดเร็วและไม่เหนอะหนะ

ศิริราช เพียว ฟิสิคอล ซันสกรีน : ครีมกันแดดชนิดกายภาพที่ปราศจากน้ำหอมและสารกันเสียพาราเบน มี SPF 50+ PA+++

ศิริราช ทินท์ ฟิสิคอล ซันสกรีน : ครีมกันแดดชนิดกายภาพสีเนื้อที่ปราศจากน้ำหอมและสารกันเสียพาราเบน ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV และแสงสีฟ้า ด้วย SPF50+ PA++++

ลำดับในการลงสกินแคร์สำหรับแต่ละสภาพผิวจำเป็นต้องดูแลให้แตกต่างกัน เพื่อตอบความต้องการของผิวมากที่สุด โดยสิ่งสำคัญในการเรียงลำดับสกินแคร์ที่ถูกต้องคือ เรียงเนื้อสัมผัสที่มีความเข้มข้นน้อยไปถึงมาก เช่น เนื้อน้ำ - เนื้อโลชั่น - เนื้อครีม เป็นต้น

การดูแลผิวให้ดูดีนอกจากใส่ใจเรื่องขั้นตอนการลงสกินแคร์ การเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานและเหมาะกับสภาพผิวก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน เพื่อการดูแลผิวที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย

สามารถดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์ของศิริราชบำรุงเวชเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.sirirajbrv.com

Facebook : Sirirajbumrungvej

หรือโทรศัพท์สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : 096-893-0062

แชร์: