วิธีแก้อาการขาแพลงแบบเร่งด่วน

ระยะเวลา : 6 นาที
อาการขาแพลง หรือ ข้อเท้าแพลง คือ อาการบาดเจ็บที่เกิดจากเอ็นและเนื้อเยื่อรอบข้อเท้าฉีกขาด ทำให้ข้อเท้าไม่มั่นคง มักเกิดจากอุบัติเหตุ เช่น สะดุดล้ม ข้อเท้าพลิก สวมส้นสูงแล้วตกส้น หรือเกิดการกระแทกจากการเล่นกีฬา ทำให้เกิดอาการเจ็บแปลบที่ขา ไปจนถึงบวมหรืออักเสบ และอาจส่งผลต่อการเดิน โดยหากคุณเคยเกิดอาการเท้าเคล็ดมาก่อนจะทำให้ขาแพลงได้ง่าย และต้องอาศัยการดูแลเพื่อแก้ปวดเมื่อยในระยะยาว
ระดับความรุนแรงของอาการ

อาการขาแพลงสามารถแบ่งระดับความรุนแรงได้ 3 ระดับ คือ Mild, Moderate และ Severe โดยมีลักษณะแตกต่างกันดังนี้ :
ระดับที่ 1 - Mild : คือภาวะที่เส้นเอ็นยืดหรือมีอาการขาดเพียงเล็กน้อย ทำให้รู้สึกเจ็บเวลาขยับข้อเท้า แต่ยังสามารถเดินลงน้ำหนักได้
ระดับที่ 2 - Moderate : คือภาวะที่เส้นเอ็นฉีกขาดบางส่วน ทำให้เกิดอาการปวดบวมมาก จนเดินลำบากหรือลงน้ำหนักไม่ค่อยได้
ระดับที่ 3 - Severe : คือภาวะที่เส้นเอ็นฉีกขาดโดยสมบูรณ์ ทำให้มีอาการปวดบวมอย่างหนัก และไม่สามารถเดินลงน้ำหนักได้เลย
ประเภทของอาการขาแพลงแบ่งตามบริเวณที่ปวด
ขาแพลงด้านนอก (Lateral Ankle Sprain) - คืออาการที่เส้นเอ็นบริเวณด้านข้างข้อเท้าส่วนนอก (Anterior Talofibular Ligament: ATFL) หรือเอ็นบริเวณใต้ตาตุ่มด้านนอก (Calcaneofibular Ligament: CFL) มีอาการยึดหรือฉีกขาด
ขาแพลงด้านใน (Medial Ankle Sprain) - คืออาการฉีกขาดบริเวณด้านล่างตาตุ่มข้างใน (Deltoid Ligament)
ขาแพลงบริเวณสูง (High Ankle Sprain หรือ Syndesmotic Injury) - คืออาการฉีกขาดของเอ็นที่อยู่สูงขึ้นมาจากตาตุ่ม (Distal Tibiofibular Ligament) หรือเนื้อเยื่อบริเวณขาส่วนล่าง (Interosseous Membrane)
วิธีการปฐมพยาบาลและดูแลอาการขาแพลงอย่างเร่งด่วน
อาการขาแพลงสามารถดูแลเบื้องต้นด้วยการพักใช้งานเส้นเอ็นบริเวณข้อเท้า รวมถึงเรียนรู้วิธีการดูแลง่าย ๆ จาก 6 ตัวอักษรคือ “P-O-L-I-C-E”

P - Protect คือ การป้องกันไม่ให้เกิดอาการบาดเจ็บซ้ำหรืออาการหนักกว่าเดิม ด้วยการใช้ผ้าพันแผลไว้ จะช่วยป้องกันไม่ให้เส้นเอ็นยืดหรือฉีกกว่าเดิม
OL - Optimal Loading คือ ในกลุ่มที่เส้นเอ็นฉีกเล็กน้อยหรือฉีกบางส่วน ให้เริ่มขยับหรือลงน้ำหนักเร็ว ๆ เพื่อกระตุ้นให้เนื้อเยื่อซ่อมแซมตัวเอง และป้องกันไม่กล้ามเนื้อเกร็งตัวมากเกินไป โดยควรทำอย่างระมัดระวัง ไม่กระตุ้นอาการเจ็บซ้ำ
I - Ice คือ การประคบเจลเย็นบริเวณที่บาดเจ็บประมาณ 10 - 15 นาที วันละ 3 - 4 ครั้งในช่วงแรกของอาการบาดเจ็บ
โดยสามารถใช้น้ำแข็งห่อกับผ้าขนหนูแทนเจลเย็นได้เช่นกัน
C - Compression คือ การใช้ผ้ายืดพันรอบบริเวณที่ได้รับบาดเจ็บจะช่วยลดอาการบวมหลังขาแพลง และลดการขยับตัวที่อาจไปทำให้แผลระบมกว่าเดิม
E - Elevation คือ กระตุ้นการไหลเวียนเลือดด้วยการยกเท้าข้างที่แพลงให้สูงกว่าระดับหัวใจ เช่น เอาขาพาดเก้าอี้เวลานั่ง หรือใช้หมอนรองปลายเท้าเวลานอนหลับ จะช่วยลดอาการบวมที่ข้อเท้าได้
4 สิ่งที่ไม่ควรทำหลังขาแพลง

H – Heat คือ พยายามไม่ให้บริเวณที่ได้รับบาดเจ็บสัมผัสกับความร้อน เพื่อป้องกันไม่ให้อักเสบมากยิ่งขึ้น เช่น งดการอาบน้ำร้อน งดแช่น้ำอุ่น งดประคบร้อน หรือใช้ยาคลายกล้ามเนื้อสูตรร้อน
A – Alcohol คือ งดดื่มแอลกอฮอล์ช่วงกำลังฟื้นตัวจากอาการขาแพลง เพื่อให้เนื้อเยื่อได้ซ่อมแซมตัวเองอย่างเต็มที่
R – Running คือ งดทำกิจกรรมหนัก ๆ ที่จะกระทบต่อข้อเท้า เช่น งดการวิ่ง กระโดดเชือก หรือเล่นแบดมินตัน เป็นต้น
M – Massage คือ ช่วง 1 - 2 วันหลังมีอาการขาแพลง ควรงดกดหรือนวดบริเวณที่บาดเจ็บ เพราะจะทำให้แผลบวมช้ำยิ่งขึ้น
ป้องกันอย่างไร ไม่ให้เกิด “ขาแพลงหรือข้อเท้าแพลง”
คนที่เคยเกิดอาการขาแพลงแล้ว จะมีโอกาสเท้าพลิกได้ง่ายกว่าคนทั่วไป หรือบางรายที่มีอาการรุนแรง หลังจากดีขึ้นอาจยังมีอาการปวดข้อเท้าอยู่เป็นครั้งคราว ดังนั้นจึงควรรู้จักวิธีดูแลกล้ามเนื้อบริเวณข้อเท้า เพื่อไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ

ใช้เวลาในการวอร์มร่างกายก่อนออกกำลังกาย โดยเฉพาะบริเวณข้อเท้า
ก้าวเดินและวิ่งอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะบริเวณบันได ฟุตบาท หรือพื้นที่ไม่เรียบ
ใช้ถุงเท้าพยุงข้อเท้า หรือผ้าพันข้อเท้าบริเวณที่บาดเจ็บ
ผู้หญิงควรงดสวมส้นสูง และใส่รองเท้าที่พอดีกับขนาดเท้า
ออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและให้กล้ามเนื้อยืดหยุ่น โดยควรออกอย่างระมัดระวัง
ฝึกการทรงตัวและฝึกการรักษาสมดุลของร่างกาย เพื่อป้องกันไม่ให้ล้มง่าย ๆ
อาการขาแพลงหรือข้อเท้าแพลง ในกลุ่มคนที่มีอาการบาดเจ็บเล็กน้อย อาจมองว่าหากทิ้งไว้ก็จะหาย แต่หากไม่ดูแลอย่างถูกต้องหรือไม่ปรับพฤติกรรม เช่น งดออกกำลังกายหนัก งดนวดบริเวณที่ปวด ก็อาจทำให้ข้อเท้าปวดบวมกว่าเดิมได้ นอกจากนี้ควรดูแลควบคู่ไปกับการเข้าใจข้อห้ามเมื่อเท้าแพลงจะช่วยให้อาการบรรเทาได้ดียิ่งขึ้น แต่หากมีอาการรุนแรง เช่น ลงน้ำหนักไม่ได้ เดินไม่ได้ ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์ทันที
สามารถดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์ของศิริราชบำรุงเวชเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.sirirajbrv.com
Facebook : Sirirajbumrungvej
หรือโทรศัพท์สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : 096-893-0062