สเปรย์ฉีดแก้ปวดที่นักกีฬาใช้ ช่วยให้หายปวดจริงไหม? รู้จักกลไกการออกฤทธิ์และข้อควรระวัง

สเปรย์ฉีดแก้ปวดที่นักกีฬาใช้ ช่วยให้หายปวดจริงไหม? รู้จักกลไกการออกฤทธิ์และข้อควรระวัง

14 สิงหาคม 2569

แชร์:

ระยะเวลา : 8 นาที

เวลาเราดูฟุตบอลแมตช์แล้วเห็นนักกีฬาโดนเตะจนล้มลงไปกองกับพื้น แต่พอทีมแพทย์สนามเอาสเปรย์ฉีดแก้ปวดลงไปพ่นบริเวณที่บาดเจ็บ เขากลับลุกขึ้นมาเดินได้อีกครั้งตามปกติ คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าสเปรย์ตัวนี้มันคืออะไรกันแน่ ทำไมถึงทำให้หายปวดได้ในทันทีที่ใช้

จริง ๆ แล้ว สเปรย์ฉีดแก้ปวดสามารถบรรเทาอาการได้จริง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นการบรรเทาแบบชั่วคราวเท่านั้น วันนี้ศิริราชบำรุงเวชจะพามาเจาะลึกความจริงกันว่า สเปรย์เหล่านี้มีการทำงานอย่างไร?

Highlight

  • สเปรย์ฉีดแก้ปวดทำหน้าที่ให้ความเย็นจัดและเกิดอาการชาเฉพาะที่ ช่วยให้นักกีฬาลืมความเจ็บปวดได้ชั่วขณะ (ประมาณ 2-3 นาที) แต่ไม่ได้เป็นการรักษาที่ต้นเหตุของการบาดเจ็บ

  • หากแค่ปวดเมื่อยหรือตึงเล็กน้อย สามารถพ่นสเปรย์แล้วเล่นต่อได้ แต่หากมีกระดูกหัก เอ็นฉีก หรือบาดเจ็บรุนแรง ต้องหยุดพักทันที การพ่นสเปรย์ระงับปวดเพื่อฝืนใช้งานต่ออาจทำให้อวัยวะส่วนนั้นบาดเจ็บหนัก

  • การฉีดสเปรย์ให้ปลอดภัยควรถือขวดให้ห่างจากผิว 10-15 ซม. ฉีดพ่นแบบส่ายไปมาเพื่อป้องกันภาวะผิวหนังไหม้จากความเย็นจัด และห้ามฉีดทับลงบนแผล

  • สเปรย์แก้ปวดบางชนิดมีส่วนผสมของเอทิลคลอไรด์ (Ethyl Chloride) ซึ่งจัดเป็นสารระเหย หากเด็กหรือวัยรุ่นนำไปสูดดมโดยตรงอาจทำให้เกิดอาการมึนเมา ประสาทหลอน และเป็นอันตรายต่อร่างกายได้

สเปรย์ฉีดแก้ปวดมีกี่แบบ? เหมาะกับการใช้อย่างไรบ้าง?

BRV_SPRAY-AUG-Blog-19-01

ในวงการกีฬา สเปรย์ฉีดแก้ปวด มีอยู่หลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละแบบก็ถูกออกแบบมาให้จัดการกับความปวดด้วยกลไกที่แตกต่างกันไป ดังนี้

สเปรย์เย็น (Cooling Spray)

เหมาะสำหรับบรรเทาอาการปวดและลดบวมชั่วคราวในอาการบาดเจ็บเฉียบพลัน เช่น เคล็ดขัดยอก ข้อเท้าแพลง หรือการฟกช้ำหลังเล่นกีฬา โดยมักใช้ในช่วงแรกหลังบาดเจ็บเพื่อลดอาการบวมและลดความเจ็บปวด

สเปรย์ร้อน (Heating Spray)

เหมาะสำหรับอาการปวดตึงกล้ามเนื้อเรื้อรัง ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด คลายกล้ามเนื้อ และเพิ่มความยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อ จึงนิยมใช้ในช่วงวอร์มอัพก่อนออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา

สเปรย์ระงับปวดที่มีตัวยาชา (Analgesic Spray)

เหมาะสำหรับการบรรเทาอาการปวดเฉียบพลันจากแรงกระแทก โดยอาจมีส่วนประกอบเช่น ไลโดเคน (Lidocaine) ซึ่งเป็นยาชาเฉพาะที่ หรือสารช่วยให้รู้สึกเย็นชา เช่น เมนทอล (Menthol) ที่ช่วยลดสัญญาณความเจ็บปวด ทำให้รู้สึกชาและไม่เจ็บปวดชั่วคราว

แล้วนักกีฬานิยมใช้สเปรย์แบบไหนในการแข่งขัน?

BRV_SPRAY-AUG-Blog-19-02

ส่วนใหญ่ในสนามกีฬาที่มีการปะทะสูงอย่างฟุตบอล ทีมแพทย์มักจะใช้ สเปรย์ฉีดแก้ปวดสูตรเย็น หรือ สเปรย์ฉีดแก้ปวดที่มีตัวยาชา แต่สเปรย์ทั้ง 2 สูตร ไม่ได้ช่วยรักษาต้นตอของอาการเจ็บปวด แต่ทำหน้าที่ให้ความเย็นจัดและทำให้เกิดอาการชาชั่วคราว ทำให้นักกีฬาสามารถทำการแข่งขันต่อได้โดยรู้สึกเจ็บปวดน้อยลง

สิ่งที่มักจะใส่เข้ามาในสเปรย์ที่นักกีฬาใช้จะเป็นสารอย่าง เอทิลคลอไรด์ (Ethyl chloride) ที่ทำหน้าที่เป็นยาทำให้เกิดอาการชาเฉพาะที่จากความเย็นจัด หรือ เมทิล ซาลิไซเลต (Methyl Salicylate) ที่ทำหน้าที่เป็นสารต้านการอักเสบ ระคายเคือง ซึ่งความเย็นที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ผู้เล่นลืมความเจ็บปวดไปได้ประมาณ 2-3 นาที ซึ่งถือว่าเพียงพอแล้ว สำหรับในกรณีที่บาดเจ็บไม่หนักมาก ทำให้ผู้เล่นสามารถลุกขึ้นมาวิ่งต่อได้ชั่วคราว

นอกจากฤทธิ์ของตัวยาแล้ว สเปรย์ฉีดแก้ปวดยังมีผลต่อการรับรู้ความเจ็บปวดของผู้ใช้งานด้วย โดยเฉพาะในนักกีฬาบางคน เพียงแค่ได้ฉีดสเปรย์ก็อาจช่วยให้รู้สึกมั่นใจมากขึ้น เมื่อร่างกายตื่นตัวและมีการหลั่งอะดรีนาลีน ความรู้สึกเจ็บปวดจึงอาจลดลงชั่วคราว ทำให้สามารถเล่นกีฬาหรือแข่งขันต่อได้

ข้อควรระวัง: การฝืนแข่งต่อแม้ได้รับบาดเจ็บ เหมาะสำหรับอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อแบบเบา ๆ เท่านั้น หากมีอาการบาดเจ็บรุนแรง การใช้สเปรย์ฉีดแก้ปวดเพื่อให้ชาและยังใช้งานร่างกายในส่วนนั้นต่อ อาจทำให้อวัยวะส่วนนั้นบาดเจ็บหนักกว่าเดิมได้

เช็กลิสต์อาการแบบไหนควรพ่นแล้วลุยต่อ แบบไหนต้องพอแค่นี้?

เพื่อไม่ให้การใช้สเปรย์ฉีดแก้ปวดกลายเป็นการทำร้ายร่างกายทางอ้อม การประเมินสถานการณ์หน้างานจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก สามารถดูเช็กลิสต์นี้เพื่อประกอบการพิจารณาเพิ่มเติม

อาการที่สามารถพ่นสเปรย์ฉีดแก้ปวดแล้วเล่นต่อได้

✔️ อาการปวดเมื่อยล้ากล้ามเนื้อธรรมดาจากการออกแรง

✔️ อาการตึงกล้ามเนื้อเพียงเล็กน้อยในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

✔️ ไม่มีอาการบวม ร้อน แดง หรือกดแล้วเจ็บลึก ๆ ในข้อต่อ

หากมีอาการเจ็บปวดแบบนี้ให้ทำการพ่นสเปรย์ และทำการวอร์มร่างกายเบา ๆ ใหม่อีกครั้ง พร้อมลดความหนักของการเล่นกีฬาลงเพื่อให้สามารถเล่นต่อได้

อาการแบบนี้ควรหยุดเล่นทันทีห้ามพ่นแล้วฝืน

✖️ อาการกระดูกหักทุกชนิด

✖️ แพลง เคล็ดจากการบิด

✖️ กล้ามเนื้อเส้นเอ็นฉีกขาด

✖️ บาดแผลลึก มีเลือดออก

หากอาการบาดเจ็บเป็นเช่นนี้ ต้องหยุดพักทันทีแล้วรีบพบแพทย์ เนื่องจากการฝืนร่างกาย พ่นสเปรย์แล้วไปออกกำลังกายต่อหรือฝืนแข่งกีฬา จะทำให้อาการบาดเจ็บรุนแรงขึ้นจนเป็นผลเสียในระยะยาว

เทคนิคการใช้สเปรย์ฉีดแก้ปวดที่ถูกต้อง ปลอดภัย ไม่ทำร้ายผิว

BRV_SPRAY-AUG-Blog-19-03

1. รักษาระยะห่างโดยฉีดให้ห่างจากผิวหนังประมาณ 10-15 ซม. เพื่อให้กระจายตัวได้ดี และครอบคลุมบริเวณที่ปวด

2. ไม่ฉีดแช่จุดเดียวนาน ๆ เพราะความเย็นที่เข้มข้นจัดจะทำลายเนื้อเยื่อและเสี่ยงทำให้ผิวหนังไหม้จากความเย็น ให้ใช้วิธีฉีดพ่นส่ายไปมาเป็นแนวยาว 3-5 ครั้ง

3. ฉีดพ่นเพียงระยะสั้น ๆ ประมาณ 3-6 วินาทีต่อหนึ่งบริเวณ เพื่อป้องกันภาวะผิวหนังไหม้จากความเย็นจัด

ข้อควรระวังของการใช้สเปรย์ฉีดแก้ปวด

แม้สเปรย์ฉีดแก้ปวดคือตัวช่วยที่ยอดเยี่ยมในการปฐมพยาบาลนักกีฬา แต่สำหรับครอบครัวที่มีเด็กวัยรุ่นหรือเด็กเล็ก นี่คือไอเทมที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะร่างกายของเด็กยังไม่พร้อมรับมือกับสารเคมีเหล่านี้

สเปรย์เย็นบางชนิดที่มีส่วนผสมของ เอทิลคลอไรด์ (Ethyl Chloride) ถือเป็นสารระเหยชนิดหนึ่ง หากเผลอสูดดมโดยตรงอาจทำให้เกิดอาการมึนเมา ควบคุมตัวเองไม่ได้ ประสาทสัมผัสช้าลง และประสาทหลอน ซึ่งกรมควบคุมวัตถุเสพติดจัดให้อยู่ในกลุ่มสารระเหย (Inhalants) ที่อาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด

ผู้ปกครองจึงควรเก็บรักษาสเปรย์แก้ปวดไว้ในที่มิดชิด และให้คำแนะนำบุตรหลานเกี่ยวกับการใช้งานที่ถูกต้องเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการสูดดมสารระเหย

สรุป: สเปรย์แก้ปวดคือตัวช่วยชั่วคราว ไม่ใช่การรักษาที่ต้นเหตุ

หัวใจสำคัญที่คนเล่นกีฬาและคนรักสุขภาพต้องจำให้ขึ้นใจเลยก็คือ สเปรย์ฉีดแก้ปวดมีไว้เพื่อบรรเทาอาการชั่วคราวไม่ใช่การรักษาที่ต้นเหตุ ในบริบทของการแข่งขัน มันคือเครื่องมือชั้นยอดที่ช่วยซื้อเวลาให้นักกีฬาข้ามผ่านความปวดไปได้ แต่เมื่อเกมจบลง การประเมินอาการบาดเจ็บ การพักผ่อน และการรักษาทางการแพทย์ที่ถูกต้องยังคงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ เพื่อให้คุณกลับมาเล่นกีฬาที่รักได้อย่างยั่งยืน

สามารถดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์ของศิริราชบำรุงเวชเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.sirirajbrv.com

Facebook : Sirirajbumrungvej

หรือโทรศัพท์สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : 096-893-0062

แชร์:

คำถามที่พบบ่อย

ห้ามฉีดสเปรย์แก้ปวดบริเวณที่มีแผลเปิดหรือแผลสดเด็ดขาด เนื่องจากตัวยาอย่าง เมนทอล การบูร หรือน้ำมันระกำจะทำให้เกิดอาการแสบร้อนอย่างรุนแรงและเสี่ยงติดเชื้อ