Niacinamide หรือวิตามิน B3 ช่วยแก้ปัญหาสิวที่ตัวได้จริงไหม

ระยะเวลา : 9 นาที
คนที่ผิวมันหรือออกกำลังกายเป็นประจำ สิวที่ตัวเป็นปัญหาที่ไม่ว่าจะอาบน้ำบ่อยแค่ไหน หรือเปลี่ยนไปใช้ครีมอะไรก็ทำให้สิวขึ้นไปหมด ทำให้การจะเลือกครีมทาผิว สบู่อาบน้ำ หรือแม้แต่แชมพูสระผมก็ดูจะหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดสิวได้ยาก ศิริราชบำรุงเวชพาไปรู้จัก Niacinamide (ไนอะซินาไมด์) ส่วนผสมที่ดีต่อคนมีสิว และทำไมวงการสกินแคร์ถึงนิยมใช้สารนี้เป็นส่วนผสม
Highlight
Niacinamide หรือ Vitamin B3 คือสารประเภทเดียวกัน โดยมีประโยชน์ในการบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น ลดอาการอักเสบ ควบคุมความมันส่วนเกิน และลดรอยสิว ทำให้เหมาะสำหรับคนที่มีรูขุมขนอุดตัน ผิวมัน มีสิว
วิตามิน B3 ประโยชน์เกี่ยวกับสิวหลากหลายด้าน ทั้งลดอาการอักเสบของสิว ควบคุมความมันที่เป็นสาเหตุของสิว ลดรอยสิว ไปถึงเสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง ช่วยลดโอกาสเกิดสิวใหม่ในอนาคต
ในช่วงแรกควรเริ่มใช้ไนอะซินาไมด์ที่มีความเข้มข้น 2-5% เพื่อให้ผิวได้ปรับตัว จากนั้นสามารถเพิ่มเปอร์เซ็นต์มากขึ้นได้ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น
ควรระมัดระวังในการใช้ไนอะซินาไมด์ร่วมกับวิตามิน C, BHA, AHA เนื่องจากเป็นสารที่มีความเป็นกรดสูง อาจทำให้ระคายเคืองผิวได้ นอกจากนี้สำหรับคนที่ใช้ยาผิวหนังอยู่ก็ควรสอบถามแพทย์ก่อนที่จะใช้วิตามิน B3 ร่วมกันกับตัวยา
สิวที่ตัวเกิดจากอะไร
สิวที่ตัวมักเกิดขึ้นบริเวณหลัง หน้าอก หรือไหล่ ซึ่งเป็นจุดที่มีต่อมไขมันเป็นจำนวนมาก โดยสิวเกิดขึ้นเมื่อร่างกายผลิตน้ำมันมากเกินไปแล้วไปรวมกับเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ทำให้รูขุมขนอุดตันและอักเสบ ซึ่งเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ดังนี้
ฮอร์โมน : ช่วงที่มีประจำเดือน ตั้งครรภ์ หรือมีฮอร์โมนวัยรุ่น จะกระตุ้นให้ร่างกายผลิตน้ำมันบนผิวมากขึ้น
เหงื่อ : หลังจากออกกำลังกาย เหงื่อจะหมักหมมอยู่บนผิวหนัง ทำให้รูขุมขนอุดตันได้ง่าย
เสื้อผ้า : เสื้อผ้าที่รัดแน่นมักไม่ระบายอากาศและเสียดสีผิวหนัง ทำให้รูขุมขนอักเสบและสิวขึ้นได้
ความเครียด : ความเครียดส่งผลให้ผิวหนังอักเสบ รูขุมขนผลิตน้ำมันมากขึ้น และสิวเห่อได้
แชมพูหรือครีมนวดที่ตกค้าง : สารเคมีที่ไหลมาตกค้างบริเวณผิวหนังทำให้อุดตันรูขุมขนจนเกิดสิว
Niacinamide คืออะไร ต่างจากวิตามิน B3 ไหม

Niacinamide คือสารรูปแบบหนึ่งของวิตามิน B3 จึงเรียกได้ว่าเป็นสารชนิดเดียวกันนั่นเอง โดยวิตามิน B3 เป็นสารสำคัญต่อร่างกายที่พบได้ตามอาหาร เช่น ปลา เนื้อสัตว์ หรือถั่ว และยังเป็นสารที่ช่วยบำรุงผิวได้เป็นอย่างดี รวมถึงยังอ่อนโยนและเหมาะกับทุกสภาพผิว ทำให้เรามักพบเห็นไนอะซินาไมด์เป็นส่วนผสมของสกินแคร์แทบทุกรูปแบบในตลาด
Niacinamide ช่วยอะไรบ้าง? แก้ปัญหาสิวที่ตัวได้ไหม?
แม้ไนอะซินาไมด์จะไม่เหมือนสาร Active เข้มข้นที่ลดการอักเสบของสิวได้แบบข้ามคืนอย่าง BHA แต่วิตามิน B3 ชนิดนี้ยังมีประโยชน์มากมายที่ช่วยบำรุงผิวให้แข็งแรง และลดปัญหาสิวที่ตัวได้ในระยะยาว
ลดการอักเสบ
ไนอะซินาไมด์มีคุณสมบัติในการช่วยลดการอักเสบและรอยแดง โดยเมื่อร่างกายส่งสัญญาณให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงาน เกิดเป็นอาการอักเสบแดง วิตามิน B3 จะเข้าไปปลอบประโลมให้สิวอักเสบน้อยลง และหายได้เร็วมากขึ้น ดังนั้นในช่วงที่มีสิวอักเสบ จึงสามารถใช้ไนอะซินาไมด์ในการช่วยดูแลผิวควบคู่ไปด้วยได้
ควบคุมความมันส่วนเกิน
งานวิจัยพบว่า การใช้วิตามิน B3 ในปริมาณความเข้มข้นที่ 2-5% จะช่วยควบคุมความมันส่วนเกินบนผิวหนังได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผู้ที่ใช้ติดต่อกัน 1-2 สัปดาห์จะรู้สึกได้ว่าผิวมันน้อยลง ลดการเกิดสิวจากรูขุมขนอุดตันได้
ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น เสริมความแข็งแรงในผิว
ผลิตภัณฑ์รักษาสิวส่วนใหญ่มักเป็นสารที่มีฤทธิ์รุนแรง สามารถทำลายเกราะป้องกันผิวได้ ซึ่งอาจส่งผลร้ายในอนาคต ทำให้ผิวไม่กักเก็บความชุ่มชื้นหรือระคายเคืองได้ง่าย แต่วิตามิน B3 เป็นสารที่กระตุ้นการสร้าง Ceramide เสริมเกราะป้องกันผิว ทำให้ผิวแข็งแรง และเกิดสิวได้ยากขึ้นในอนาคต
ลดรอยสิว
Niacinamide สรรพคุณช่วยลดเลือนรอยแดงหรือรอยดำที่เกิดขึ้นหลังจากสิวหาย ด้วยการจำกัดการถ่ายโอนเม็ดสีไปสู่ชั้นผิว ทำให้รอยจากสิวหายไวขึ้น ทำให้สีผิวสม่ำเสมอ ดังนั้นจึงควรใช้วิตามิน B3 ทั้งขณะที่เป็นสิวและหลังจากสิวหาย เพื่อลดโอกาสในการทิ้งรอยแผลจากสิวให้กวนใจ
ข้อควรระวังของการใช้ Niacinamide

แม้ไนอะซินาไมด์จะเป็นสารที่มีความอ่อนโยนสูงและเหมาะกับทุกสภาพผิว แต่ก็ยังมีข้อควรระวังที่ควรรู้ก่อนซื้อสกินแคร์ที่มีวิตามิน B3 มาใช้เช่นกัน
ผู้ที่มีประวัติการแพ้วิตามิน B3 หรือมีอาการผื่นแดง ระคายเคืองหลังใช้ ควรหลีกเลี่ยงวิตามินชนิดนี้
ระมัดระวังในการใช้ไนอะซินาไมด์ที่มีความเข้มข้นสูงเกินไป อาจทำให้ผิวระคายเคืองได้ โดยควรเริ่มต้นด้วยความเข้มข้นต่ำประมาณ 2-5%
ผู้ที่มีโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรัง เช่น ผื่นภูมิแพ้ เซ็บเดิร์ม ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวอักเสบมากกว่าเก่า
ระมัดระวังไม่ใช้ในปริมาณที่มากเกินไป โดยควรใช้ตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์
ระวังการใช้ร่วมกับ วิตามิน C, BHA, AHA เพราะอาจทำให้ระคายเคือง และลดประสิทธิภาพการทำงานของสาร Active เหล่านี้ที่ทำงานได้ดีกับ pH ต่ำ
ใช้ Niacinamide ตอนไหน อย่างไร ถึงจะช่วยให้อาการเกิดสิวดีขึ้น
การลงครีมบนตัวก็ไม่ต่างจากผิวหน้า จำเป็นต้องมีลำดับขั้นตอนเช่นกัน เพื่อป้องกันไม่ให้รูขุมขนอุดตันจากครีมบำรุงที่ลงทับซ้อนกันหลายชั้น โดยสิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับการใช้ไนอะซินาไมด์ มีดังนี้
วิตามิน B3 ประโยชน์คือเป็นสารที่อ่อนโยนต่อผิว ทำให้สามารถใช้ได้ทุกวัน
หากเป็นคนที่ชอบลงโลชั่นหลายตัว ควรเรียงลำดับด้วยการดูจากความเข้มข้นของเนื้อโลชั่น โดยเรียงจากเนื้อน้ำไปจนถึงเนื้อครีม เช่น ลงโลชั่นที่มีความเหลวมากก่อนแล้วค่อยลงครีมกันแดดตัว หรือตอนกลางคืนให้ใช้โลชั่นเนื้อครีมเป็นขั้นตอนสุดท้าย
แนะนำให้ผลัดเซลล์ผิวบริเวณหลัง ไหล่ และหน้าอกที่มักมีสิวขึ้นง่าย อาทิตย์ละ 2 ครั้ง ควบคู่ไปกับการใช้ไนอะซินาไมด์
หากต้องการใช้ไนอะซินาไมด์ร่วมกับวิตามิน C หรือ BHA/AHA สามารถแบ่งใช้ช่วงเช้าหรือช่วงเย็น เช่น ใช้ วิตามิน C ตอนเช้า แล้วใช้ไนอะซินาไมด์ตอนเย็น
แนะนำผลิตภัณฑ์ศิริราชที่มีส่วนผสมของ Niacinamide

สำหรับผู้ที่ต้องใช้ไนอะซินาไมด์ แต่ยังกังวล ไม่รู้ว่าควรเลือกมอยเจอร์ไรเซอร์คนเป็นสิว ยี่ห้อไหนดี แนะนำให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานและมีความน่าเชื่อถือ และต้องไม่ลืมที่จะเช็กส่วนผสมหลังกล่องว่ามีไนอะซินาไมด์อยู่ในส่วนผสมด้วย โดยศิริราชบำรุงเวชมีผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของไนอะซินาไมด์อยู่ 2 ชนิด คือ
Moisture Plus Lotion : มอยเจอร์ไรเซอร์คนเป็นสิวที่สามารถใช้ทาได้ทั้งเช้า-เย็น เนื้อครีมเข้มข้นแต่ไม่เหนียวเหนอะหนะ มีวิตามิน B3 ช่วยลดรอยสิวที่หลังหรือตามร่างกาย ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและเสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง ลดโอกาสการเป็นสิวที่ตัวในอนาคต
Mild Shampoo : แชมพูสูตรอ่อนโยนจากศิริราชที่ ช่วยบำรุงหนังศีรษะแห้งด้วย Vitamin B3 ควบคุมความมันส่วนเกินบนหนังศีรษะ และไม่ทำให้เกิดสารตกค้างบนผิวหนัง ช่วยลดปัญหาสิวที่ตัวได้ด้วย
สรุป เลือกมอยเจอร์ไรเซอร์คนเป็นสิวที่ตัว เลือกที่มีส่วนผสมของ Niacinamide
ไนอะซินาไมด์เหมาะสำหรับการใช้ดูแลสิวที่เพิ่งเกิด ไม่อักเสบมาก ไปจนถึงอักเสบปานกลาง สิวอุดตัน และผิวมัน ผิวที่มีรอยสิว นอกจากนี้ยังเป็นสารที่อ่อนโยนและใช้ได้กับทุกสภาพผิว ดังนั้นจึงเป็นส่วนผสมยอดนิยมในสกินแคร์ที่ช่วยแก้ปัญหาสิวและลดเลือนรอยสิว รวมถึงใน Moisture Plus Lotion และ Mild Shampoo ของศิริราชบำรุงเวชด้วยเช่นกัน
หากคุณกำลังมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของไนอะซินาไมด์เพื่อช่วยลดปัญหาสิวที่ตัว แนะนำผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานของศิริราชบำรุงเวช ช่วยบำรุงผิวกายและหนังศีรษะให้แข็งแรง ชุ่มชื้น ช่วยควบคุมความมันส่วนเกินได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้โลชั่นยังช่วยให้สีผิวเรียบเนียนและเป็นธรรมชาติ
สามารถดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์ของศิริราชบำรุงเวชเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.sirirajbrv.com
Facebook : Sirirajbumrungvej
หรือโทรศัพท์สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : 096-893-0062