เจาะลึกสาเหตุ เชื้อราบนหนังศีรษะมาจากไหน? พร้อมแนะนำวิธีแก้ปัญหา

เจาะลึกสาเหตุ เชื้อราบนหนังศีรษะมาจากไหน? พร้อมแนะนำวิธีแก้ปัญหา

18 มีนาคม 2569

แชร์:

ระยะเวลา : 9 นาที

อาการคันยุบยิบ หนังศีรษะแดง ลอกเป็นขุยคล้ายรังแค ไปจนถึงมีผมร่วงเป็นหย่อม ๆ จนทำให้เราเสียความมั่นใจ อาการเหล่านี้คือสัญญาณของเชื้อราบนหนังศีรษะ ซึ่งบางคนอาจคิดว่าเป็นแค่รังแค เปลี่ยนยาสระผมเดี๋ยวก็หาย แต่หากปล่อยเชื้อราบนหนังศีรษะไว้ อาจส่งผลร้ายจนทำให้หนังศีรษะล้านได้

ศิริราชบำรุงเวช ชวนมาทำความเข้าใจตั้งแต่ต้นตอ เจาะลึกสาเหตุเชื้อราบนหนังศีรษะมาจากไหน และเรียนรู้วิธีปรับพฤติกรรมเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเชื้อราบนหนังศีรษะไปด้วยกัน

Highlight

  • เชื้อราบนหนังศีรษะมาจากเมื่อไขมันและสิ่งสกปรกสะสมอยู่บนหนังศีรษะจนทำให้เชื้อราเจริญเติบโตได้รวดเร็วมากขึ้น โดยมีปัจจัยมาจากสภาพอากาศร้อน ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ การรับประทานยา การติดต่อจากคนหรือสัตว์ รวมไปถึงโรคเซ็บเดิร์ม

  • เชื้อราที่หนังศีรษะมีหลากหลายประเภทและส่งผลต่อหนังศีรษะได้แตกต่างกัน โดยมีชนิดยอดนิยมคือ Malassezia, Trichophyton และ Microsporum

  • พฤติกรรมที่เสี่ยงทำให้หนังศีรษะเป็นเชื้อราคือ ใช้แชมพูที่มีสารรุนแรง สระผมแล้วไม่เช็ดให้แห้งสนิท ไม่ค่อยชอบสระผม ใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่นหรือไปสัมผัสกับสัตว์เลี้ยงที่เป็นเชื้อรา

  • วิธีรักษาเชื้อราบนหนังศีรษะ เบื้องต้นให้ใช้แชมพูที่มีสารกำจัดเชื้อราอาทิตย์ละ 2 ครั้ง สลับกันใช้กับแชมพูสูตรอ่อนโยนเพื่อปลอบประโลมหนังศีรษะและบำรุงให้กลับมาแข็งแรง

เชื้อราบนหนังศีรษะมาจากไหน?

เชื้อราที่หนังศีรษะ หรือ Scalp Fungus คือปัญหาผิวหนังที่เกิดจากหนังศีรษะติดเชื้อจากการสะสมของไขมันและสิ่งสกปรก ทำให้เชื้อราเติบโตและทำลายสมดุลบนหนังศีรษะจนเกิดเป็นอาการคันหัว อักเสบและลอก ไปจนถึงผมร่วง โดยคำถามที่ว่า เชื้อราบนหนังศีรษะมาจากไหน สามารถแบ่งได้เป็น 5 สาเหตุหลัก ๆ

1. อุณหภูมิที่ร้อนชื้น

ตามเนื้อเยื่อของเส้นผม เล็บ และผิวหนังของเรามีเชื้อราตามธรรมชาติอาศัยอยู่ เช่น เชื้อรา Malassezia ซึ่งจะเติบโตได้ดีในบริเวณที่มีความร้อนชื้นสูงและผลิตน้ำมันปริมาณมาก เช่น เปลือกตา สันจมูก และศีรษะ ซึ่งหากไม่มีการดูแลที่ดีหรือสระผมเป็นประจำ ก็สามารถสะสมกลายเป็นการติดเชื้อราบนหนังศีรษะได้

2. เชื้อราจากการติดต่อ

เชื้อราบนหนังศีรษะ เช่น Tinea Capitis สามารถติดต่อระหว่างมนุษย์และสัตว์สู่มนุษย์ รวมถึงจากการสัมผัสหรือใช้สิ่งของร่วมกันได้

3. ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ

โดยทั่วไประบบภูมิคุ้มกันในร่างกายสามารถควบคุมการเจริญเติบโตของเชื้อราได้ ทำให้ผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอมีโอกาสติดเชื้อราได้ง่ายกว่าคนทั่วไป เช่น กลุ่มที่มีอาการป่วยเป็นโรคเบาหวาน มะเร็ง HIV

4. โรคเซ็บเดิร์ม

ภาวะผิวหนังอักเสบที่เกิดจากต่อมไขมันในชั้นผิวหนัง หรือการอักเสบของเชื้อรา Malassezia ซึ่งเป็นอาการที่ไม่นับว่าเป็นการติดเชื้อ

5.การใช้ยา

ยาบางชนิดส่งผลให้เชื้อราบนเนื้อเยื่อของเราเสียสมดุล หนังศีรษะเป็นเชื้อราได้ เช่น ยาปฏิชีวนะ หรือยากดภูมิคุ้มกัน

ประเภทของเชื้อราบนหนังศีรษะ

ประเภทของเชื้อราบนหนังศีรษะ

เชื้อรา Malassezia

คือเชื้อราประเภทยีสต์ที่อาศัยอยู่ตามต่อมไขมัน เช่น หนังศีรษะ โดยมันจะกินไขมันเป็นอาหาร และสามารถเติบโตได้ดีในสภาพอากาศร้อนชื้น ซึ่งปกติจะมีระบบภูมิคุ้มกันคอยควบคุมไม่ให้เชื้อรา Malassezia เสียสมดุล

เชื้อรา Trichophyton

คือเชื้อราที่สามารถย่อยสลายเคราตินในเส้นผมและผิวหนัง ซึ่งสามารถติดต่อระหว่างคนสู่คนหรือจากสัตว์สู่คนได้ และเป็นสาเหตุของโรคกลากอีกด้วย

เชื้อรา Microsporum

คือเชื้อราในกลุ่มเดียวกันกับ Trichophyton มักพบเห็นจากการติดต่อจากสัตว์เลี้ยงสู่คนผ่านการสัมผัส และมักก่อให้เกิดโรคกลากที่หนังศีรษะ โดยเฉพาะในเด็ก

6 พฤติกรรมเสี่ยงทำให้เกิดเชื้อราบนหนังศีรษะ

ปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดเชื้อราบนหนังศีรษะยังเกิดจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ดังนี้ : 

1. ใช้แชมพูที่ไม่เหมาะกับหนังศีรษะ

เมื่อมีเชื้อราบนหนังศีรษะ บางรายอาจมีอาการอักเสบ การใช้แชมพูแก้เชื้อราที่มีสารรุนแรง หรือก่อให้เกิดการอุดตันได้ง่ายอย่าง ซิลิโคน อาจทำให้เชื้อราบนหนังศีรษะรักษาไม่หายและมีอาการหนักขึ้น (อ่านเพิ่มเติม : 7 ส่วนผสมที่ควรระวังในแชมพู)

2. สระผมแล้วไม่เช็ดให้แห้งสนิท

การปล่อยให้ผมแห้งเอง หรือไดร์แล้วแห้งไม่สนิท เสี่ยงให้เกิดเชื้อราบนหนังศีรษะได้ เนื่องจากเชื้อราเจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศที่อับชื้น

3. ไม่รักษาความสะอาด

พฤติกรรมที่ไม่ชอบสระผม เว้นเวลานาน ๆ ถึงสระ เสี่ยงทำให้หนังศีรษะคัน สกปรก และเกิดเป็นเชื้อราได้

4. ใช้หวีหรือหมวกร่วมกับบุคคลอื่น

การใช้ของร่วมกับบุคคลที่เป็นเชื้อรา จะทำให้ติดต่อผ่านหวีหรือหมวกที่ใช้ได้

5. เข้าร้านทำผมที่ใช้อุปกรณ์ไม่สะอาด

การใช้บริการร้านตัดผมควรเลือกร้านที่ดูสะอาดสะอ้าน มีการดูแลความสะอาดอุปกรณ์เป็นประจำ เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อราติดต่อผ่านอุปกรณ์ที่ร้านใช้

6. สัมผัสกับสัตว์เลี้ยงที่มีเชื้อราแล้วไม่ล้างมือ

ทำให้เชื้อราติดต่อผ่านจากสัตว์สู่คนได้ ดังนั้นจึงควรล้างมือหลังจากสัมผัสกับสัตว์ที่เป็นเชื้อราทุกครั้ง

มีเชื้อราบนหนังศีรษะ ต้องเลือกใช้แชมพูแบบไหนดี?

การเลือกแชมพูที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้อาการเชื้อราบนหนังศีรษะแย่ลงกว่าเดิม ดังนั้นวิธีรักษาเชื้อราที่ถูกต้องจึงเป็นการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยแก้ปัญหาโดยเฉพาะ อย่างยาสระผมแก้รังแคเชื้อราที่มีคุณสมบัติในการควบคุมการเจริญเติบโตของเชื้อรา ช่วยลดอาการคันหนังศีรษะ (อ่านเพิ่มเติม : 9 ส่วนผสมแชมพูช่วยลดอาการคัน บำรุงเส้นผม)

สำหรับคนที่มีรังแคหรือมีเชื้อราบนหนังศีรษะ ศิริราชบำรุงเวชแนะนำให้มองหาแชมพู 2 รูปแบบ ดังนี้

แชมพูที่มีสารต้านเชื้อรา

มองหาแชมพูที่มีสารต้านเชื้อรา เช่น Ketoconazole หรือ Selenium Sulfide ที่สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา Malassezia ลดการอักเสบ และชะลอกระบวนการผลัดเซลล์ผิวที่ผิดปกติ ช่วยลดอาการหนังศีรษะเป็นขุย โดยควรใช้แชมพูประเภทนี้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง เนื่องจากแชมพูมีความรุนแรงสูง โดยสลับใช้กับแชมพูที่มีส่วนผสมอ่อนโยนในระหว่างสัปดาห์

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่มีกลากบนหนังศีรษะ หรือเชื้อราประเภท Tinea Capitis แพทย์อาจพิจารณาให้รับประทานยาร่วมด้วย เพื่อกำจัดเชื้อราในรูขุมขน

แชมพูสูตรอ่อนโยน เหมาะกับสภาพหนังศีรษะ

แชมพูสูตรอ่อนโยนพัฒนามาให้ปราศจากสารที่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองหรืออุดตันรูขุมขน จึงเหมาะสำหรับการดูแลหนังศีรษะเป็นเชื้อราที่อยู่ในสภาวะบอบบาง โดยควรสลับใช้แชมพูแก้เชื้อรากับแชมพูสูตรอ่อนโยน เพื่อปลอบประโลมหนังศีรษะ ควบคุมความมันส่วนเกิน และเสริมความแข็งแรง ฟื้นฟูสมดุลให้กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง

แชมพูสูตรอ่อนโยนส่วนใหญ่สามารถใช้สระได้ทุกวัน โดยศิริราชบำรุงเวชแนะนำให้ใช้สระในวันที่ไม่ได้ใช้ยาสระผมแก้เชื้อรา เพื่อดูแลความสะอาดและบำรุงให้หนังศีรษะแข็งแรง

สรุป: รักษาเชื้อราบนหนังศีรษะด้วยแชมพูที่ตอบโจทย์หนังศีรษะ

เชื้อราบนหนังศีรษะสามารถดูแลรักษาให้หายได้ด้วยการเลือกผลิตภัณฑ์ที่แก้ปัญหาเชื้อราโดยตรง ควบคู่กับการใช้แชมพูสูตรอ่อนโยน เพื่อดูแลปัญหาเชื้อราควบคู่ไปกับการบำรุงให้หนังศีรษะแข็งแรง แนะนำ SIRIRAJ MILD SHAMPOO แชมพูขจัดรังแคจากศิริราช ดูแลหนังศีรษะอย่างอ่อนโยน ปราศจากพาราเบนและซิลิโคน ช่วยปลอบประโลม ควบคุมความมัน และเพิ่มความชุ่มชื้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับผู้ที่มีปัญหาเชื้อราบนหนังศีรษะอย่างรุนแรง ควรเข้ารับการปรึกษาจากแพทย์ เพื่อให้สามารถวินิจฉัยและดูแลได้อย่างถูกต้อง เนื่องจากเชื้อราบางชนิดก็ต้องรักษาควบคู่ไปกับการรับประทานยาหรือใช้ยาทาภายนอก ควบคู่ไปกับการใช้แชมพูแก้เชื้อราและปรับพฤติกรรมในการดูแลเส้นผมให้ห่างไกลเชื้อรา

สามารถดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์ของศิริราชบำรุงเวชเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.sirirajbrv.com

Facebook : Sirirajbumrungvej

หรือโทรศัพท์สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : 096-893-0062

แชร์:

คำถามที่พบบ่อย

เชื้อราบนหนังศีรษะบางชนิดสามารถติดต่อกันได้ผ่านการสัมผัสและของใช้ส่วนตัว เช่น หวี หมวกกันน็อก นอกจากนี้ยังสามารถติดต่อจากสัตว์สู่คนได้อีกด้วย ดังนั้นจึงควรระมัดระวังการใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น และล้างมือหลังจากเล่นกับสัตว์ทุกครั้ง