สาร SLS คืออะไร? ต่างจาก SLES อย่างไร? คำถามที่คนผิวแพ้ง่ายต้องรู้

สาร SLS คืออะไร? ต่างจาก SLES อย่างไร? คำถามที่คนผิวแพ้ง่ายต้องรู้

2 ตุลาคม 2569

แชร์:

ระยะเวลา : 9 นาที

เชื่อว่าเมื่อพลิกดูหลังขวดแชมพูที่บ้าน ส่วนผสมที่พบเห็นได้บ่อยคือ Sodium Lauryl Sulfate (SLS) หรือ Sodium Laureth Sulfate (SLES) เนื่องจากทั้ง 2 ชนิดเป็นสารลดแรงตึงผิวที่ช่วยชะล้างความมันและสิ่งสกปรกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกันก็อาจทำให้ผิวแห้งหรือระคายเคืองได้ ดังนั้นจึงเป็นสารที่ผู้มีหนังศีรษะแพ้ง่ายควรทำความรู้จักและเลือกใช้ให้ถูกต้อง

ศิริราชบำรุงเวชพาไปหาคำตอบว่า สาร SLS กับ SLES ต่างกันอย่างไร พร้อมแนะนำวิธีสังเกตส่วนผสมก่อนเลือกซื้อแชมพู และแนวทางการเลือกแชมพูให้เหมาะกับสภาพผม

Highlight

  • SLS คือสารลดแรงตึงผิวในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เช่น แชมพู ครีมอาบน้ำ โฟมล้างหน้า โดยช่วยขจัดสิ่งสกปรกและความมันบนผิว ทำให้เมื่อใช้แล้วผิวแห้งและเกิดอาการระคายเคืองได้

  • คนที่มีผิวแห้งหรือหนังศีรษะแพ้ง่าย เมื่อใช้ SLS อาจทำให้เกิดอาการคัน หนังศีรษะแห้งเป็นขุย หรืออักเสบแดง นอกจากนี้หากใช้ในระยะยาว ยังทำให้หนังศีรษะบอบบางและแพ้ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ได้ง่ายขึ้น

  • คนที่มีหนังศีรษะแพ้ง่ายควรดูจากส่วนผสมหลังฉลาก และหลีกเลี่ยงส่วนผสมที่เขียนว่า Sodium Lauryl Sulfate (SLS) หรือมองหาแชมพูที่มีสัญลักษณ์ Sulfate-Free ซึ่งหมายถึงแชมพูไม่มีซัลเฟต

สาร SLS ในแชมพูคืออะไร แตกต่างจาก SLES อย่างไร?

สาร SLS หรือ Sodium Lauryl Sulfate คือสารสังเคราะห์จากน้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันปิโตรเลียม โดยทำหน้าที่เป็นสารลดแรงตึงผิว (Surfactants) ในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดต่าง ๆ ทำให้ผลิตภัณฑ์สามารถเข้าไปขจัดสิ่งสกปรกที่อยู่บนผิวได้ดียิ่งขึ้น

แล้ว SLS กับ SLES ต่างกันอย่างไร? SLES หรือ Sodium Laureth Sulfate เป็นสารที่อยู่ในกลุ่มเคมีเดียวกันกับ SLS แต่ถูกพัฒนามาให้มีขนาดโมเลกุลใหญ่กว่า จึงซึมเข้าสู่ผิวได้ยากกว่าและเสี่ยงต่อการระคายเคืองน้อยกว่า SLS ด้วยเหตุนี้ ในปัจจุบันหลายแบรนด์จึงหันมาใช้ SLES เพื่อให้อ่อนโยนต่อการใช้งานมากขึ้น

สาร SLS และ SLES มีคุณสมบัติอะไรบ้าง?

1.ลดแรงตึงผิว

เข้าไปช่วยให้ผลิตภัณฑ์กระจายตัวและแทรกซึมผ่านรูขุมขนได้ดียิ่งขึ้น จึงเปรียบเสมือนตัวช่วยที่ทำให้ทำความสะอาดได้ลงลึกและทั่วถึงมากขึ้น

2.ผสานส่วนผสม

SLS และ SLES ยังทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการผสานส่วนผสมที่ไม่เข้ากัน เช่น น้ำกับน้ำมัน โดย SLS ทำให้น้ำมันแตกตัวเล็กลงและหลอมรวมกับน้ำได้ดีกว่า ช่วยให้ล้างออกได้ง่าย

3.สร้างโฟม

คุณสมบัติในการลดแรงตึงผิวยังช่วยสร้างโฟมเมื่อสัมผัสกับอากาศ

4.ทำความสะอาด

โมเลกุลของ SLS และ SLES สามารถยึดเกาะสิ่งสกปรกได้เป็นอย่างดี เมื่อล้างน้ำออก สิ่งสกปรกเหล่านี้ก็จะหลุดออกไปพร้อมกับน้ำ

SLS และ SLES พบได้ในผลิตภัณฑ์ประเภทใดบ้าง?

ทั้ง SLS และ SLES ช่วยทำความสะอาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ เมื่อใช้กับผิวหรือหนังศีรษะยังสร้างฟองปริมาณมาก ทำให้ผู้ใช้รู้สึกสะอาด ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดส่วนใหญ่จึงได้รับการออกแบบมาให้มีฟองมาก โดยเรามักพบ SLS หรือ SLES ในผลิตภัณฑ์ดูแลความสะอาดประเภทล้างออก ได้แก่

ผลิตภัณฑ์ดูแลหนังศีรษะ

เช่น แชมพู เพื่อขจัดสิ่งสกปรกและไขมันส่วนเกินบนหนังศีรษะ นอกจากนี้ในครีมนวดผมบางชนิดยังใส่ SLS เพื่อทำให้ส่วนผสมรวมตัวเป็นเนื้อเดียวกัน

ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวกาย

เช่น ครีมอาบน้ำหรือสบู่ เพื่อขจัดคราบเหงื่อและสิ่งสกปรกบนร่างกาย

ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า

เช่น โฟมล้างหน้าหรือที่ล้างเครื่องสำอาง นอกจากนี้ยังนิยมใช้ในโฟมโกนหนวดเพื่อช่วยให้เส้นขนอ่อนตัวและโกนได้ง่ายขึ้น

ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก

เช่น ยาสีฟันและน้ำยาบ้วนปาก ทำหน้าที่ช่วยทำความสะอาดและผสานส่วนผสมในน้ำยาบ้วนปากให้เป็นเนื้อเดียวกัน

ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดทั่วไป

เช่น น้ำยาล้างจาน ผงซักฟอก น้ำยาล้างรถ โดยมักใช้สาร SLS ที่เข้มข้นมากกว่าในผลิตภัณฑ์ที่ใช้ดูแลผิวและช่องปาก

ทำไมผู้ที่มีหนังศีรษะแพ้ง่ายถึงควรเลี่ยง SLS?

แม้สาร SLS จะมีประโยชน์ด้านการทำความสะอาดและช่วยให้ส่วนผสมต่าง ๆ เข้ากันได้ดี แต่ด้วยประสิทธิภาพการชะล้างที่สูง จึงอาจทำลายน้ำมันตามธรรมชาติบนหนังศีรษะ ส่งผลให้หนังศีรษะอ่อนแอและไวต่อสิ่งกระตุ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีหนังศีรษะแพ้ง่ายซึ่งอาจเกิดอาการข้างเคียง เช่น

  • หนังศีรษะแห้ง เป็นขุยเหมือนรังแค

  • คันหนังศีรษะเป็นประจำ แม้เพิ่งสระผมเสร็จ

  • หนังศีรษะอักเสบแดงหรือผื่นขึ้น เนื่องจากมีอาการแพ้ SLS

  • หนังศีรษะระคายเคืองง่ายขึ้น ใช้ผลิตภัณฑ์อะไรก็คัน

นอกจากกลุ่มที่มีหนังศีรษะแพ้ง่ายแล้ว ผู้ที่เป็นโรคกลากหรือหนังศีรษะอักเสบยังไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ SLS เพราะจะกระตุ้นให้อาการรุนแรงมากยิ่งขึ้น

แชมพูที่ไม่มีสาร SLS แตกต่างจากแชมพูปราศจากพาราเบนอย่างไรบ้าง?

เมื่อเลือกซื้อแชมพู เรามักจะเห็นคำโฆษณาอย่าง “แชมพู Sulfate Free” หรือ “แชมพูไม่มี SLS ซิลิโคน พาราเบน” ซึ่งทำขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ปลอดภัยและไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง แต่อันที่จริงแล้ว แชมพูที่ไม่มี SLS กับแชมพูที่ไม่มีพาราเบนทำหน้าที่แตกต่างกัน ดังนี้

พาราเบน คือสารกันเสียที่ทำหน้าที่ยืดอายุการใช้งานของแชมพูและยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา ในขณะที่ SLS เป็นสารลดแรงตึงผิวที่ช่วยให้แชมพูทำความสะอาดได้มีประสิทธิภาพ แต่ทั้งพาราเบนและ SLS เป็นสารที่สามารถแทรกซึมลงบนรูขุมขนได้ ทำให้เสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอาการระคายเคืองหนังศีรษะ

คนที่มีผิวแพ้ง่ายต้องเลือกแชมพูอย่างไร?

ในกลุ่มผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายหรือหนังศีรษะบอบบาง นอกจากการดูแลหนังศีรษะให้สะอาดแล้ว ยังควรตรวจสอบส่วนผสมให้ละเอียดเมื่อซื้อแชมพู รวมถึงเลือกแชมพูที่ตอบโจทย์เหมาะกับสภาพหนังศีรษะและช่วยเสริมความแข็งแรง โดยศิริราชบำรุงเวชมีเคล็ดไม่ลับในการเลือกแชมพู ดังนี้

ตรวจสอบส่วนผสมหลังกล่องผลิตภัณฑ์

  1. หลีกเลี่ยงแชมพูที่มีชื่อ Sodium Lauryl Sulfate (SLS)

  2. หลีกเลี่ยงสารที่มีคำว่า Paraben เช่น Propylparaben, Methylparaben

  3. คนที่มีผิวบอบบางหรือแพ้น้ำหอม ควรหลีกเลี่ยงแชมพูที่มีส่วนผสมของ Fragrance, Parfum หรือ Perfume ด้วยเช่นกัน

  4. ไม่ควรเลือกซื้อจากคำโฆษณา เช่นคำว่า “อ่อนโยน” หรือ “สำหรับผิวแพ้ง่าย” เพียงอย่างเดียว โดยควรเลือกจากส่วนผสมเป็นหลัก

เลือกให้เหมาะกับสภาพเส้นผม

ผมมัน

เลือกแชมพูที่มีส่วนผสมช่วยควบคุมความมันและทำความสะอาดได้อย่างหมดจด โดยที่ไม่ทำให้ผมแห้งจนเกินไป หรือเลือกใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ เช่น Tea tree oil

ผมแห้ง/ผมย้อมสี

เลือกแชมพูสูตรอ่อนโยนและมีส่วนผสมช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและซ่อมแซมเส้นผม เช่น Glycerin, Argan Oil, Olive Oil หรือ Pentavitin

ผมหยิก/ผมหยักศก

มักเป็นผมที่แห้งกว่าปกติ จึงควรใช้แชมพูที่ปราศจากสาร SLS ช่วยมอบความชุ่มชื้น และลดผมชี้ฟู เช่น Glycerin, Shea Butter หรือ Jojoba Oil ที่ทำให้ผมเป็นลอนสวย ไม่พันกัน

ผมบาง

ควรใช้แชมพูที่ลดอาการผมร่วงและช่วยให้สารอาหารไปหล่อเลี้ยงรากผมได้ดี เช่น วิตามิน B3, Phyto-caffeine หรือ Minoxidil

SLS ส่วนผสมในแชมพูที่คนมีผิวแพ้ง่ายควรหลีกเลี่ยง

แม้ SLS จะมีประโยชน์อย่างมากในการทำความสะอาดและช่วยให้ส่วนผสมในแชมพูทำงานร่วมกันได้ดี แต่คุณสมบัติในการขจัดน้ำมันบนผิวส่งผลให้หนังศีรษะแห้งเป็นขุย ระคายเคืองง่าย จนผิวอาจเกิดอาการอักเสบแดงได้ ดังนั้นคนที่มีผิวแพ้ง่ายควรหลีกเลี่ยงแล้วมองหาแชมพูที่ปราศจาก SLS แทน

ศิริราชบำรุงเวชแนะนำ SIRIRAJ MILD SHAMPOO ผลิตภัณฑ์ดูแลหนังศีรษะสูตรอ่อนโยนที่พัฒนาโดยเภสัชกร ปราศจาก SLS พาราเบน และซิลิโคน นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมของ Pentavitin และวิตามิน B3 ช่วยควบคุมความมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และล็อกความชุ่มชื้นได้ยาวนานถึง 72 ชั่วโมง ช่วยฟื้นฟูให้หนังศีรษะและเส้นผมกลับมาแข็งแรง

สามารถดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์ของศิริราชบำรุงเวชเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.sirirajbrv.com

Facebook : Sirirajbumrungvej

หรือโทรศัพท์สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : 096-893-0062

แชร์:

คำถามที่พบบ่อย

  • ผู้ที่มีอาการผิวหนังอักเสบหรือผมร่วง

  • ผู้ที่ตั้งครรภ์และทารก

  • ผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย

  • ผู้ที่มีโรคกลาก สะเก็ดเงิน

เนื่องจาก SLS ทำให้ผิวแห้งและเกิดอาการระคายเคืองได้ง่าย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีผิวบอบบาง นอกจากนี้ยังอาจทิ้งสารตกค้างไว้ที่หนังศีรษะ ทำให้ผมร่วงและหนังศีรษะอักเสบได้ อีกทั้งในกลุ่มผู้ตั้งครรภ์ การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสาร SLS ยังอาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์อีกด้วย