- บทความ
- ครีมกันแดดทาหน้ากับทาตัวต่างกันยังไง ? ใช้แทนกันได้ไหม ?
ครีมกันแดดทาหน้ากับทาตัวต่างกันยังไง ? ใช้แทนกันได้ไหม ?

แดดประเทศไทยจัดว่าแรงใช่เล่น นำมาซึ่งปัญหาผิวคล้ำ ฝ้า กระ หรือริ้วรอยมักเกิดขึ้นจากการถูกแสงแดดสะสม ดังนั้นหากคุณเป็นคนหนึ่งที่เริ่มสนใจในการดูแลตัวเอง สิ่งแรกที่คุณควรใช้เพราะเป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุดในการดูแลผิวคือ ครีมกันแดด ซึ่งมีทั้งครีมกันแดดทาหน้าและครีมกันแดดทาตัว
หลายคนที่เพิ่งเข้ามาวงการสกินแคร์ก็อาจจะยังไม่เข้าใจว่าทำไม ครีมกันแดดทาหน้าและทาตัวถึงต้องแยกออกจากกัน ไม่สามารถใช้แทนกันได้ตามใจชอบ วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจกันว่าครีมกันแดดหน้าและครีมกันแดดตัวต่างกันอย่างไร ทำไมถึงไม่ควรใช้ด้วยกัน รวมถึงวิธีเลือกครีมกันแดดที่เหมาะกับผิว
ครีมกันแดดทาหน้าและทาตัวต่างกันตรงไหน ?
แม้จะเป็นครีมกันแดดเหมือนกัน และมีจุดประสงค์เดียวกันคือ การปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB แต่ครีมกันแดดทาหน้าและทาตัวกลับไม่เหมือนกันทั้งในด้านส่วนผสมและเนื้อสัมผัส ซึ่งมีความแตกต่างกันดังนี้
ครีมกันแดดทาหน้า

ครีมกันแดดทาหน้าจะมีเนื้อสัมผัสที่บางเบา ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ไว และไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน
ครีมกันแดดทาหน้ามักมีส่วนผสมที่อ่อนโยน ปราศจากสารที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง
ครีมกันแดดทาหน้ามีหลากหลายสูตร ที่เหมาะสำหรับคนผิวมัน ผิวแห้ง และผิวแพ้ง่ายเป็นสิว
ครีมกันแดดทาหน้ามักมีส่วนผสมที่ช่วยในการบำรุงผิว เช่น Hyaluronic Acid, Vitamin, หรือสารให้ความชุ่มชื้นในกลุ่ม Humectants เป็นต้น
ครีมกันแดดทาตัว

ครีมกันแดดทาตัวส่วนใหญ่มักจะเน้นการปกป้องผิวมากกว่าการบำรุง
ครีมกันแดดทาตัวมีเนื้อครีมที่เข้มข้นกว่า มีเนื้อสัมผัสเข้มข้นและอาจมีความเหนียวเหนอะหนะ
ครีมกันแดดทาตัวมักเป็นสูตรกันน้ำกันเหงื่อได้ดี เพื่อการปกป้องผิวกายยาวนานตลอดวัน
ครีมกันแดดทาตัวบางยี่ห้อมีส่วนผสมของน้ำหอม กากเพชร หรือชิมเมอร์ ซึ่งอาจก่อให้เกิดการระคายเคือง
ใช้ครีมกันแดดทาตัวและทาหน้าทดแทนกันได้ไหม ?

ทำไมถึงไม่ควรใช้ครีมกันแดดตัวมาทาหน้า ?
ครีมกันแดดทาตัวมักไม่เหมาะสมกับผิวหน้า เพราะโดยทั่วไปสารในครีมกันแดดทาตัวมีความเข้มข้นสูงกว่าเพื่อปกป้องผิวกาย เมื่อใช้ทาบนใบหน้า อาจทำให้เกิดการระคายเคือง รูขุมขนอุดตัน หรือสิวอักเสบได้ง่าย อีกทั้งเนื้อครีมกันแดดทาตัวมักมีความหนาและเหนียวกว่ากันแดดทาหน้า ซึ่งอาจทำให้ผิวรู้สึกมันเยิ้มหรืออุดตัน โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวมันอาจรู้สึกเหนอะหนะ ส่วนผู้ที่มีผิวแห้งอาจสูญเสียความชุ่มชื้นได้ เนื่องจากสูตรของครีมกันแดดตัวไม่ได้ออกแบบมาให้ความชุ่มชื้นกับผิวหน้าโดยเฉพาะ
ทำไมไม่ควรเอาครีมกันแดดทาหน้ามาทาตัว ?
ในทางกลับกัน หากนำครีมกันแดดทาหน้ามาทาบนผิวกาย แม้จะปลอดภัยกว่าในแง่ของความอ่อนโยน แต่ก็ไม่สามารถปกป้องได้อย่างเพียงพอ เพราะครีมกันแดดทาหน้าทั่วไปมีสารกันแดดที่มีความเข้มข้นน้อยกว่าครีมกันแดดทาตัว และไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ทนเหงื่อและกันน้ำได้ดีเท่ากับครีมกันแดดตัว ทำให้เมื่อนำไปทาตัวอาจปกป้องผิวจากแสงแดดได้ไม่ดีเท่าที่ควร อีกทั้งปริมาณบรรจุก็มีขนาดเล็กกว่าและราคาสูงกว่า เมื่อใช้กับบริเวณกายที่กว้างจึงไม่คุ้มค่า ทั้งในด้านประสิทธิภาพและด้านการใช้งาน
วิธีแยกครีมกันแดดทาหน้าและทาตัวแบบง่าย ๆ
เราสามารถแยกครีมกันแดดทาหน้ากับทาตัวออกจากกันได้ด้วยฉลากและลักษณะของเนื้อผลิตภัณฑ์ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสกินแคร์เลย เพราะครีมกันแดดทาหน้ามักจะมีคำกำกับอย่างเช่น Face Sunscreen, For Face, Sun Face เป็นต้น ส่วนครีมกันแดดทาตัวมักจะใช้คำว่า Body Sunscreen หรืออีกหนึ่งวิธีคือสามารถดูได้จากวิธีใช้หลังผลิตภัณฑ์ซึ่งจะมีการระบุว่าสามารถใช้ได้ในบริเวณใด เมื่อเข้าใจความแตกต่างเหล่านี้แล้ว การเลือกซื้อครีมกันแดดในครั้งต่อไปก็จะง่ายขึ้น
ทำไมควรทาครีมกันแดดทุกวัน แม้ไม่ได้ออกแดด

ทำไมต้องทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน? คงเป็นคำถามที่หลายคนสงสัย เพราะบางครั้งไม่ได้ออกไปข้างนอกแต่ก็ยังต้องใช้ทั้งครีมกันแดดทาหน้าและทาตัวอยู่ดี ซึ่งคำตอบของข้อสงสัยนี้คือ รังสี UV สามารถทะลุกระจกและส่งผลต่อผิวแม้จะอยู่ในร่มหรือในบ้าน โดยเฉพาะแสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือที่ปล่อยรังสี Blue Light ซึ่งทำให้ผิวเกิดการอักเสบและเร่งการเกิดริ้วรอยก่อนวัย การใช้ครีมกันแดดสำหรับหน้าและสำหรับตัวเป็นประจำจึงมีประโยชน์ ดังนี้
ป้องกันการเกิดริ้วรอยจากรังสี UV
รังสี UV เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดสิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ หากใช้ครีมกันแดดสำหรับหน้าและสำหรับตัวอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยปกป้องผิวจากความเสียหายที่เกิดจากแสงแดดได้
ช่วยชะลอวัย
รังสี UV มีส่วนในการทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินในผิว ส่งผลให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย และทำให้ผิวหน้าดูเหนื่อยล้าอยู่ตลอดเวลา ซึ่งการทาครีมกันแดดจะช่วยป้องกันริ้วรอย ผิวหมองคล้ำ และทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์ได้อีกด้วย
ปกป้องการเกิดผิวไหม้แดด
เมื่อผิวสัมผัสกับแสงแดดโดยตรงจะส่งผลให้เกิดภาวะผิวไหม้แดด ผิวแดง รู้สึกแสบร้อน หากทาครีมกันแดดจึงช่วยป้องกันการเกิดผิวไหม้แดดได้
ป้องกันการเกิดมะเร็งผิวหนัง
หากผิวต้องเจอกับแสงแดดโดยตรงติดต่อกันเป็นเวลานาน รังสี UV ในแสงแดดจะเข้าไปทำลายเซลล์ผิวจนถึงระดับ DNA ทำให้มีโอกาสเกิดเป็นมะเร็งผิวหนังได้ ครีมกันแดดจึงช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งผิวหนัง
เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว
ครีมกันแดดบางยี่ห้อมีมอยซ์เจอร์ไรเซอร์เป็นส่วนประกอบ จึงมีส่วนช่วยในการบำรุงให้ผิวหน้าไม่แห้งตึง ผิวดูชุ่มชื้น และแต่งหน้าได้ง่ายขึ้น
ใช้ครีมกันแดดให้ถูกประเภท ผิวจะได้สวยครบทุกส่วน
ไม่ว่าจะเป็นครีมกันแดดทาหน้าหรือทาตัวก็ต่างมีจุดประสงค์เดียวกันคือการปกป้องผิวจากแสงแดด ก็ใช่ว่าทุกสูตรจะเหมาะกับทุกส่วนของร่างกาย การเลือกใช้ครีมกันแดดให้ตรงจุดและเหมาะกับสภาพผิวของตัวเองจึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพื่อให้ผิวได้รับการปกป้องที่มีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมลดความเสี่ยงต่อการระคายเคืองผิวที่จะตามมา

และสำหรับผู้ที่กำลังมองหาครีมกันแดดทาหน้าที่เหมาะกับทุกสภาพผิว แนะนำครีมกันแดดจากศิริราชบำรุงเวชทั้ง 2 สูตร คือ SIRIRAJ Pure Physical Sunscreen SPF50+ PA+++ และ SIRIRAJ Tinted Physical Sunscreen SPF50+ PA++++ ครีมกันแดดที่ได้รับการพัฒนาโดยเภสัชกรโรงพยาบาลศิริราช ปราศจากน้ำหอมและพาราเบน
สำหรับผู้ที่มีผิวอ่อนแอ แพ้ง่าย หรือผู้ที่ต้องการสร้างเกราะป้องกันให้ผิวแข็งแรง อย่าลืมใช้ครีมกันแดดทาหน้าเป็นประจำ เพราะถือเป็นขั้นตอนพื้นฐานของการดูแลผิว ยิ่งเริ่มทาเร็วเท่าไร ผิวก็จะยิ่งดูอ่อนเยาว์และสุขภาพดีไปได้นานเท่านั้น
สามารถดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์ของศิริราชบำรุงเวชเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.sirirajbrv.com
Facebook : Sirirajbumrungvej
หรือโทรศัพท์สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : 096-893-0062


