ปวดกล้ามเนื้อแขนเกิดจากอะไร ? รู้จักวิธีดูแลและบรรเทาเมื่อปวดแขน

ระยะเวลา : 9 นาที
เคยเป็นไหม ยกของแค่แป๊บเดียวแต่ตึงหน้าแขนไปหลายวัน ไปเล่นกีฬาแล้วกลับมาเจ็บแขนจนถือของหนักไม่ได้ หรือบางครั้งอยู่ดี ๆ ก็ปวดแขนขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้เป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อกล้ามเนื้อมีอาการอักเสบ แต่บางครั้งมันก็อาจเป็นสัญญาณของ “อาการปวดกล้ามเนื้อแขนเรื้อรัง” ที่ไม่ใช่อาการเมื่อยแขนตามปกติและปล่อยไว้ให้หายเองไม่ได้
ศิริราชบำรุงเวชชวนคุณไปสังเกตอาการปวดกล้ามเนื้อแขนว่าสาเหตุเกิดจากอะไรได้บ้าง ปวดแบบไหนที่เป็นสัญญาณอันตราย และวิธีคลายกล้ามเนื้อแขนที่สามารถทำได้ง่าย ๆ ที่บ้าน
ปวดกล้ามเนื้อแขนเกิดจากอะไรได้บ้าง

การปวดกล้ามเนื้อแขนเป็นอาการที่พบเห็นได้ทั่วไป เพราะแขนเป็นอวัยวะที่เราใช้เป็นประจำ อาจเกิดจากการนอนทับแขน ยกของหนัก หรือออกกำลังกาย ทำให้หลายคนอาจไม่ทันได้สังเกตว่าอาการปวดนี้เริ่มจากอะไรกันแน่ แต่การเข้าใจถึงสาเหตุก็เป็นเรื่องสำคัญที่ทำให้เรารักษาอาการได้อย่างถูกวิธีมากขึ้น
1. อยู่ในท่าทางเดิมนานเกินไป
บางครั้งเมื่อเราโฟกัสกับสิ่งตรงหน้ามาก ๆ เราก็จะเผลอนั่งท่าเดิมเป็นเวลาอย่างน้อย 6 ชั่วโมงต่อวัน เช่น นั่งทำงาน ขับรถระยะยาว และไม่มีการพักยืดเส้นหรือลุกขึ้นเปลี่ยนอิริยาบถ ทำให้กล้ามเนื้อแขนตึง โดยอาการนี้อาจเริ่มปวดตั้งแต่ชั่วโมงที่ 2-3 เลยก็ได้เช่นกัน
2. ตำแหน่งของอุปกรณ์ที่ใช้งาน
สภาพแวดล้อมในการทำงานเป็นปัจจัยสำคัญเช่นเดียวกัน หากอุปกรณ์ต่าง ๆ วางอยู่ผิดตำแหน่งหรือไม่ซัปพอร์ตสรีระก็ทำให้ท่านั่งเราไม่เหมาะสม ส่งผลให้ปวดกล้ามเนื้อแขนได้ เช่น เก้าอี้ไม่มีที่พักแขนหรือที่พักแขนต่ำ โต๊ะที่ต่ำหรือสูงเกินไปทำให้ไม่พอดีกับการวางแขน หรือแป้นพิมพ์ ที่รองมือ หรือเมาส์วางอยู่ผิดตำแหน่ง ทำให้กล้ามเนื้อแขนต้องเกร็งมากขึ้นจนเกิดเป็นอาการปวดกล้ามเนื้อแขนได้
3. ปวดจากอาการบาดเจ็บ
เอ็นข้อศอกอักเสบ หรือ Tennis Elbow คืออาการปวดบริเวณข้อศอกด้านนอกที่เกิดกับผู้ที่มักเกร็งข้อมือเป็นประจำ หรือใช้ข้อมือหนัก เช่น เล่นกีฬาหรือยกของหนัก เนื่องจากเป็นเส้นเอ็นกล้ามเนื้อที่เชื่อมโยงไปถึงด้านนอกของกระดูกข้อศอก
กล้ามเนื้อฉีกขาด คืออาการที่เกิดขึ้นเมื่อกล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็นเกิดอาการฉีกขาดหรือยืดเหยียดมากเกินไป โดยอาจเกิดจากการยกของหนัก เล่นกีฬา โดยอาการที่ฉีกขาดเพียงเล็กน้อยมักดีขึ้นได้ด้วยการรักษาตัวที่บ้าน แต่หากฉีกขาดรุนแรงอาจต้องพบแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษาที่ถูกต้อง
ปลายประสาทอักเสบ คืออาการเมื่อเส้นประสาทส่วนปลายอักเสบทำให้สมองและไขสันหลังส่งสัญญาณผิดปกติ จนเกิดเป็นอาการปวด ชา เจ็บแปลบ กล้ามเนื้อแขนอ่อนแรง หรือสูญเสียการควบคุม ซึ่งสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น โรคเบาหวาน โรคแพ้ภูมิตัวเอง การติดเชื้อ ขาดสารอาหาร หรืออาการบาดเจ็บที่ทำให้เกิดการกระทบกับเส้นประสาท
กระดูกต้นคอเสื่อม อาจรู้สึกว่าไม่เกี่ยวกับการปวดแขน แต่ที่จริงเมื่อหินปูนที่เกาะกระดูกต้นคองอกไปกดถึงเส้นประสาทก็จะทำให้ปวดร้าวไปถึงแขน ข้อศอก และปลายนิ้วมือได้เหมือนกัน
จากสาเหตุด้านบนจะเห็นได้ว่าสาเหตุของอาการปวดกล้ามเนื้อแขนเกิดขึ้นได้จากทั้งพฤติกรรม สภาพแวดล้อม ไปจนถึงอาการบาดเจ็บจากกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ที่ส่งผลไปจนถึงเส้นประสาทบริเวณแขน ดังนั้นการนวดน้ำมันอยู่ที่บ้านหรือดูแลรักษาเบื้องต้นอาจไม่เพียงพอ แล้วเราจะแยกแยะได้อย่างไรว่าอาการปวดแบบไหนควรไปหาหมอ
ปวดกล้ามเนื้อแขนแบบไหนที่ต้องไปหาหมอ

อาการปวดกล้ามเนื้อแขนโดยทั่วไปมักหายได้เองในเวลาไม่นาน แต่หากมีอาการบวม แดง ปวดแสบร้อนเป็นเวลามากกว่า 5 วัน อาจเสี่ยงเป็นภาวะกล้ามเนื้อแขนอักเสบเรื้อรัง เมื่อกล้ามเนื้อเริ่มอักเสบก็จะมีจุด “Trigger Point” ที่กดแล้วเจ็บจี๊ดขึ้นมาทันที ซึ่งหากทิ้งไว้ไม่ไปหาหมอก็อาจจะกลายเป็นโรคอื่น ๆ ได้ เช่น
กล้ามเนื้ออักเสบทั่วตัว : อาการปวดเมื่อย ครั่นเนื้อครั่นตัว แขนขาอ่อนแรง บางครั้งก็อาจเป็นสัญญาณของอาการกล้ามเนื้ออักเสบทั่วตัวได้เช่นกัน โดยเป็นผลมาจากกล้ามเนื้อหลาย ๆ ส่วนในร่างกายเกิดการอักเสบพร้อมกัน ทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือในผู้ที่มีอาการรุนแรงมากก็จะไม่สามารถลุกขึ้นยืนหรือเดินได้ จึงควรรีบเข้าพบแพทย์เพื่อรับการรักษา
ออฟฟิศซินโดรม : โรคยอดนิยมของพนักงานออฟฟิศที่เกิดจากการนั่งทำงานในอิริยาบถเดิม ๆ เป็นประจำ ซึ่งอาจทำให้นิ้วล็อก เอ็นกล้ามเนื้ออักเสบ ปวดหลัง ปวดกล้ามเนื้อแขนท่อนล่าง ซึ่งหากไม่รับการรักษาก็จะกลายเป็นอาการที่ติดตัวและใช้เวลารวมถึงทรัพยากรในการดูแลอย่างมาก จึงควรรีบรักษาแต่เนิ่น ๆ
3 ท่าตรวจอาการปวดกล้ามเนื้อแขน
เมื่อเรารู้สึกปวดแขนบางทีเราก็ไม่รู้ว่าจุดปวดคือบริเวณไหน ทำให้รักษาได้ไม่ถูกจุด หรือมีการใช้แขนในบริเวณที่เจ็บซ้ำ ๆ จนอาจเกิดเป็นอาการปวดที่หนักกว่าเดิม ศิริราชบำรุงเวชมี 3 ท่าที่ทำตามได้ง่าย ๆ เพื่อตรวจสอบว่าตัวเองปวดบริเวณใด
ท่าตรวจเอ็นกล้ามเนื้อข้อศอก

ยืดแขนออกไปด้านหน้าให้ข้อศอกตรงแล้วกำมือหลวม ๆ
กระดกข้อมือขึ้น
ใช้มืออีกข้างดันต้านแรงไว้ 3 - 5 วินาที
สังเกตอาการเจ็บหรือปวดบริเวณข้อศอกด้านนอกขณะให้แรงต้าน หากรู้สึกปวดนั่นอาจหมายถึงคุณมีอาการกล้ามเนื้ออักเสบบริเวณข้อศอก
ท่าตรวจกล้ามเนื้อสะบัก

เอาแขนทั้ง 2 ข้างไขว้กันและเอื้อมให้ถึงสะบัก
กดที่สะบักค้างไว้ 3 - 5 วินาที
สังเกตอาการปวดบริเวณที่กด หรือถ้าหากมีอาการร้าวมาถึงศอก แสดงว่าเป็นอาการปวดกล้ามเนื้อบริเวณสะบัก
ท่าตรวจกล้ามเนื้อกระดูกต้นคอ

อาการปวดร้าวที่แขนบางครั้งอาจเกิดจากกล้ามเนื้อคออักเสบได้เช่นกัน โดยสามารถตรวจตามวิธีดังนี้
หันหน้าตรงแล้วเงยมองเพดาน
เอียงคอไปด้านซ้ายและขวา
หากเอียงแล้วรู้สึกปวดร้าวลงแขนให้แสดงว่าอาการปวดเกิดจากกล้ามเนื้อคอ และควรระมัดระวังเวลาขยับคอ เพราะอาจไปกระตุ้นอาการบาดเจ็บได้
เมื่อเข้าใจแล้วว่าอาการปวดแขนของเรามีสาเหตุมาจากจุดใดก็ทำให้เรารักษาได้อย่างตรงจุดมากยิ่งขึ้น โดยอาการปวดกล้ามเนื้อแขนระยะแรกสามารถดูแลรักษาเบื้องต้นได้จากที่บ้าน
วิธีฟื้นฟูอาการปวดกล้ามเนื้อแขนเบื้องต้น

งดออกแรงหรือยกของหนัก : ปล่อยให้กล้ามเนื้อแขนได้พักและฟื้นฟูตัวเองจะช่วยให้อาการปวดบรรเทาลง
ชูแขนสูง : การชูแขนสูงจะช่วยลดอาการบวมและปวด
ประคบเย็น : ใช้ผ้าห่อถุงน้ำแข็งประคบบริเวณที่ปวดเป็นเวลา 20 นาที แล้วพัก 1 ชั่วโมง จากนั้นประคบอีกครั้ง จะช่วยลดอาการบวมและอักเสบ
พันผ้ารัดแขน : ใช้ผ้าพันแผลหรือเทปผ้ายืดหยุ่นพันบริเวณที่มีอาการปวดจะช่วยลดอาการบวม และป้องกันไม่ให้คุณใช้งานกล้ามเนื้อที่บาดเจ็บมากเกินไป
ใช้ผลิตภัณฑ์ลดปวด : ใช้สเปรย์บรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ หรือรับประทานยาแก้ปวดพาราเซตามอล ถ้ามีประวัติแพ้ยาควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
นอกจากนี้ยังควรดูแลไม่ให้แขนกลับมาปวดซ้ำด้วยการหมั่นยืดเส้นทุก 2 ชั่วโมง และออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง และป้องกันไม่ให้ข้อยึดและเพิ่มความยืดหยุ่นให้เส้นเอ็น แต่ควรรอจนกว่าอาการปวดจะหายก่อน จึงค่อยเริ่มออกกำลังกาย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการเจ็บซ้ำ
สรุป : อาการปวดกล้ามเนื้อแขนอาจเป็นสิ่งที่หลายคนมักคิดว่าไม่อันตรายหรือสามารถปล่อยไว้ให้หายเองได้ แต่บางครั้งก็อาจทำให้กลายเป็นอาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังมากขึ้น เราจึงควรหมั่นตรวจเช็กความผิดปกติของกล้ามเนื้อ ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต และเรียนรู้วิธีดูแลกล้ามเนื้อเพื่อไม่ให้อาการบาดเจ็บหนักขึ้นและรักษาได้อย่างตรงจุด
สามารถดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์ของศิริราชบำรุงเวชเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.sirirajbrv.com
Facebook : Sirirajbumrungvej
หรือโทรศัพท์สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : 096-893-0062