รู้จัก “น้ำมันยูคาลิปตัส” กับจุดเด่นที่มากกว่าความสดชื่น

รู้จัก “น้ำมันยูคาลิปตัส” กับจุดเด่นที่มากกว่าความสดชื่น

18 พฤษภาคม 2569

แชร์:

ระยะเวลา : 9 นาที

ตั้งแต่อดีต มนุษย์เราใช้พืชสมุนไพรธรรมชาติมารักษาร่างกาย ยุคสมัยได้ก้าวหน้าจนมีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาแปรรูปสมุนไพร เพื่อดึงสรรพคุณที่โดดเด่นออกมาและ “น้ำมันยูคาลิปตัส” (Eucalyptus Oil) ก็เป็นหนึ่งในวัตถุดิบจากธรรมชาติที่ถูกแปรรูปจนได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายไปยังทั่วโลก

เมื่อพูดถึง น้ำมันยูคาลิปตัส หลายคนคงนึกถึง “กลิ่นและความสดชื่น” เอกลักษณ์ที่ทำเอาหลายคนชื่นชอบ แท้จริงแล้วยังมีประโยชน์อีกมากมาย ไม่ว่าจะเรื่องสุขอนามัยและบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย บทความนี้ศิริราชบำรุงเวช จะขอพาคุณไปเจาะลึกและรู้จักน้ำมันยูคาลิปตัส ว่าทำไมถึงเป็นสิ่งที่ผู้คนยังคงต้องการอยู่ในทุกวันนี้

Highlight

  • สารยูคาลิปทอล (Eucalyptol) ในน้ำมันยูคาลิปตัสคือพระเอก มีคุณสมบัติช่วยบรรเทาปวด ต้านสิ่งสกปรก เสริมความเงางามให้เส้นผม เป็นต้น

  • การเลือกเกรดของน้ำมันยูคาลิปตัส ควรเลือกให้เหมาะกับการใช้งาน ในตลาดมีทั้งหมด 3 เกรด

1. เกรดอุตสาหกรรม (Industrial Grade)

2. เกรดเครื่องสำอาง (Cosmetic Grade)

3. เกรดเภสัชกรรม (Pharmaceutical Grade)

  • แม้จะเป็นสารสกัดธรรมชาติ แต่เด็กเล็กอายุต่ำกว่า 2 ปีและผู้ป่วยบางกลุ่มไม่ควรสัมผัสหรือสูดดมน้ำมันชนิดนี้โดยตรง รวมถึงระมัดระวังการใช้ในพื้นที่ที่มีสัตว์เลี้ยง เพราะอาจทำให้สัตว์เลี้ยงระคายเคืองผิวและมีปัญหาทางเดินหายใจ

น้ำมันยูคาลิปตัสคืออะไร มาจากส่วนไหนของต้นยูคาลิปตัส ?

“น้ำมันยูคาลิปตัส” มาจาก ต้นยูคาลิปตัส (Eucalyptus) พืชในตระกูลเดียวกับชมพู่ที่เราคุ้นเคยกัน มีถิ่นกำเนิดในออสเตรเลีย ตามธรรมชาติแล้วมี 700 กว่าสายพันธุ์ โดยทั่วไปยูคาลิปตัสมีสรรพคุณ ช่วยผ่อนคลายและบรรเทาอาการระบบทางเดินหายใจ เช่น เป็นหวัดคัดจมูก แต่มีแค่ไม่กี่สายพันธุ์ที่ให้สารสำคัญในปริมาณที่มากพอจะสกัดเพื่อทำน้ำมันยูคาลิปตัสคุณภาพสูง

BRV_SPRAY-MAY-Blog-13-01

สายพันธุ์ที่นิยมนำมาทำน้ำมันยูคาลิปตัส คือ สายพันธุ์ Globulus (Blue Gum), Polybractea (Blue Mallee) และ Radiata เป็นต้น โดยใช้ส่วนของ “ใบและปลายกิ่งอ่อน” เพราะอัดแน่นไปด้วยสารหอมระเหยเข้มข้น นำมาใช้กลั่นไอน้ำ (Steam Distillation) จนเป็น น้ำมันยูคาลิปตัส ที่มีสีใส กลิ่นหอมสดชื่น และเผ็ดร้อน แต่เมื่อใช้บนผิวจะให้ความรู้สึกเย็น ผู้คนจึงเลือกนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์บรรเทาอาการปวดและการรักษาแบบสุคนธบำบัดหรือ Aroma Therapy ที่หลายคนอาจคุ้นเคย

เกร็ดความรู้ : ใบและน้ำมันที่สกัดจากต้นยูคาลิปตัส “มีพิษ” หากสูดดมกลิ่นนาน ๆ หรือใช้ในปริมาณที่มากเกินไป อาจทำให้เกิดการแพ้ระคายเคืองได้

สรรพคุณของน้ำมันยูคาลิปตัสมีอะไรบ้าง?

ในน้ำมันยูคาลิปตัสมี “ยูคาลิปทอล (Eucalyptol)” สารที่ให้สรรพคุณทางการรักษาหลากหลายด้าน เช่น

1. ป้องกันและบรรเทาอาการแมลงกัดต่อย

กลิ่นของน้ำมันยูคาลิปตัสสามารถไล่ยุงและแมลงต่าง ๆ ได้อย่างดี นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติช่วยบรรเทาอาการคันระคายเคืองจากแมลงกัดต่อย โดยการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมันยูคาลิปตัสทาลงบริเวณที่เกิดอาการ

BRV_SPRAY-MAY-Blog-13-02

2. เสริมสุขภาพหนังศีรษะ ผมเงางาม และผิวพรรณดี

น้ำมันยูคาลิปตัส มีส่วนช่วยปรับสมดุลสุขภาพหนังศีรษะและกระตุ้นการสร้างเส้นผมใหม่ที่แข็งแรงเงางาม โดยการนวดคลึงหนังศีรษะพร้อมน้ำมันที่เจือจางเป็นประจำ รวมถึงเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ช่วยทำความสะอาดผิวหน้าและผิวกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. ต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อโรค

น้ำมันยูคาลิปตัสมีคุณสมบัติในการกำจัดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อโรค ถูกนิยมนำมาใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่พักอาศัย เพื่อช่วยขจัดสิ่งสกปรกที่มองไม่เห็นทั้งในอากาศและบนพื้นบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4. บรรเทาอาการคัดจมูก

เมื่อได้ดมกลิ่นน้ำมันยูคาลิปตัส จะช่วยให้รู้สึกหายใจเย็นสบายและโล่งขึ้น รวมถึงช่วยลดการอักเสบในโพรงจมูก ทำให้ระบบทางเดินหายใจทำงานสะดวกขึ้นในวันที่เป็นหวัดหรือภูมิคุ้มกันตก

5. ช่วยผ่อนคลายความเครียด

ในเรื่องของประสาทสัมผัสและอารมณ์ความรู้สึก กลิ่นน้ำมันยูคาลิปตัสช่วยลดความเครียด เพิ่มสมาธิเมื่อต้องโฟกัส และช่วยให้ร่างกายรู้สึกไม่ฟุ้งซ่าน คลายความเหนื่อยล้า ทำให้การพักผ่อนของคุณมีคุณภาพมากขึ้น

6. บรรเทาอักเสบและปวดกล้ามเนื้อ

สำหรับคนที่รู้สึกปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ สารยูคาลิปทอลมีส่วนช่วยลดความปวดระดับอ่อน ๆ เพิ่มการไหลเวียนโลหิต จึงเป็นส่วนผสมยอดนิยมในน้ำมันนวดหรือสเปรย์บรรเทาปวด

น้ำมันยูคาลิปตัสมีกี่เกรด?

ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อหรือนำผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของน้ำมันยูคาลิปตัสไปใช้งาน ควรทำความเข้าใจเรื่องระดับคุณภาพก่อน ซึ่งน้ำมันยูคาลิปตัสที่วางจำหน่ายในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 3 เกรด แต่ละเกรดมีรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกัน ดังนี้

1. เกรดอุตสาหกรรม (Industrial Grade)

ผลิตภัณฑ์มีความบริสุทธิ์ต่ำ มักใช้ในอุตสาหกรรม เช่น สารกำจัดศัตรูพืช น้ำยาทำความสะอาดพื้น ไปจนถึงการผลิตสีและสารเคลือบเงา น้ำมันชนิดนี้ไม่ควรที่จะสัมผัสผิวโดยตรง

2. เกรดเครื่องสำอาง (Cosmetic Grade)

ผลิตภัณฑ์น้ำมันยูคาลิปตัสในเกรดนี้จะผ่านการกลั่นกรองมาในระดับหนึ่ง ส่วนใหญ่ใช้เป็นส่วนผสมเครื่องสำอางและการดูแลตนเอง เช่น แชมพู สบู่ โทนเนอร์ มอยซ์เจอร์ไรเซอร์ ไปจนถึงน้ำหอม

3. เกรดเภสัชกรรม (Pharmaceutical Grade)

ผลิตภัณฑ์มีความบริสุทธิ์สูง มีปริมาณสารยูคาลิปทอลตามกฎหมายกำหนด ส่วนใหญ่จะอยู่ในอุตสาหกรรมยา เช่น ยาดม ยาทาบรรเทาอาการปวด

การจัดเก็บน้ำมันยูคาลิปตัส

สาร "ยูคาลิปทอล" ในน้ำมันยูคาลิปตัสมีความอ่อนไหวต่อแสงและความร้อนอย่างมาก หากโดนแสงแดดโดยตรงจะเกิดกระบวนการ Oxidation ทำให้คุณภาพเปลี่ยนไป เช่น สรรพคุณในการรักษาลดลง มีกลิ่นเปลี่ยน ดังนั้น ควรเก็บในขวดแก้วสีชาหรือสีทึบ ปิดขวดให้สนิทมิดชิด และจัดเก็บในที่ที่มีอุณหภูมิคงที่ไม่เกิน 30 องศาเซลเซียสหรือเก็บในที่แห้ง เพื่อยืดอายุการใช้งาน

ข้อควรระวังในการใช้งานน้ำมันยูคาลิปตัส

BRV_SPRAY-MAY-Blog-13-03

แม้สรรพคุณของน้ำมันยูคาลิปตัสจะมีมากมายสารพัด แต่ถ้าเลือกเกรดผิดหรือนำมาใช้ผิดวิธี อาจส่งผลอันตรายต่อร่างกาย ยิ่งถ้าคุณมีสัตว์เลี้ยงยิ่งต้องระมัดระวังการใช้งาน

ผลกระทบความเสี่ยงต่อมนุษย์

ระบบทางเดินอาหารเสียหาย

ห้ามรับประทาน น้ำมันยูคาลิปตัสนั้นมีพิษในระดับปานกลาง หากรับประทานอาจส่งผลต่อระบบทางเดินอาหารและระบบประสาท เช่น ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียนปวดหัว กล้ามเนื้ออ่อนแรง

ระบบทางเดินหายใจและผิวหนังพังลง

หากใช้น้ำมันในปริมาณที่มากเกินไปหรือสูดดมต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจเกิดการแพ้และระคายเคืองอย่างรุนแรง

กลุ่มผู้ป่วยที่ควรเลี่ยง

ผู้ที่เป็นโรคลมบ้าหมู ความดันโลหิตสูงหรือต่ำ เบาหวานที่ต้องพึ่งอินซูลิน ผู้ที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับไต กระเพาะอาหาร ไปจนถึงผู้ที่กำลังตั้งครรภ์และคนที่ให้นมบุตร (เด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ปี) ไม่ควรใช้น้ำมันยูคาลิปตัส

ผลกระทบความเสี่ยงต่อสัตว์เลี้ยง

สัตว์มีประสาทสัมผัสการรับกลิ่นที่ไวพิเศษ การได้กลิ่นหรือสัมผัสน้ำมันยูคาลิปตัสอาจทำให้พวกเขารู้สึกไม่สบายตัว ท้องเสีย อ่อนแรง ระบบทำงานในร่างกายผิดปกติ อาจถึงขั้นเป็นซึมเศร้าหากสูดดมไปนาน ๆ

น้ำมันยูคาลิปตัสใช้อย่างไรให้ปลอดภัย?

สำหรับน้ำมันยูคาลิปตัสในรูปแบบที่เข้มข้น ไม่ควรนำมาสัมผัสผิวหนังโดยตรงเนื่องจากอาจก่อให้เกิดอาการแพ้ ระคายเคือง ผื่นคัน และแสบร้อนได้ ดังนั้น สำหรับผู้ที่มีผิวหนังปกติ ควรนำเจือจางหรือใช้ร่วมกับน้ำมันตัวพา (น้ำมันจากพืช) เช่น น้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันอะโวคาโด เป็นต้น ส่วนผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายควรทดลองใช้บนผิวเพียงเล็กน้อยแล้วสังเกตอาการก่อน

สรุป : น้ำมันยูคาลิปตัส ใช้ได้ใช้ดี แต่ควรรู้วิธีใช้งานเพื่อสุขภาพ

“น้ำมันยูคาลิปตัส” ให้ประโยชน์มากกว่าแค่ให้กลิ่นหอมสดชื่น นี่คือวัตถุดิบจากธรรมชาติที่สำคัญในวงการแพทย์และยกระดับคุณภาพการใช้ชีวิตของใครหลายคน อย่างไรก็ตามเราควรเข้าใจสรรพคุณ เลือกเกรดให้เหมาะกับความต้องการ และทำตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด เพื่อผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดและความปลอดภัยต่อสุขภาพ

สามารถดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์ของศิริราชบำรุงเวชเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.sirirajbrv.com

Facebook : Sirirajbumrungvej

หรือโทรศัพท์สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : 096-893-0062

แชร์: