เจาะลึกสรรพคุณว่านหางจระเข้ทาหน้าและตัวในฤดูร้อน

ระยะเวลา : 8 นาที
ปัญหาผิวที่กวนใจวนกลับมาเป็นซ้ำ ๆ ทุกหน้าร้อน ไม่ว่าจะผิวแห้งลอก หน้าหมองคล้ำ ไปจนถึงผิวไหม้แดด การมองหาตัวเลือกดูแลผิวแบบอ่อนโยนอย่าง ว่านหางจระเข้ จึงสำคัญ เพราะสรรพคุณว่านหางจระเข้ทาหน้าและผิวกาย ช่วยปลอบประโลมผิวจากรังสี UV ว่านหางจระเข้จึงเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นในหน้าร้อน
วันนี้ศิริราชบำรุงเวชจะมาสรุป สรรพคุณว่านหางจระเข้ทาหน้าและลำตัวนั้นดีอย่างไร รวมถึงช่วยฟื้นบำรุงผิวหลังโดนแดดฤดูร้อนได้แค่ไหน และผิวไหม้แดดระดับไหนที่ใช้ว่านหางจระเข้รักษาได้
ว่านหางจระเข้ดีอย่างไร ทำไมนิยมใช้กับผิว?

ว่านหางจระเข้ (Aloe Vera) เป็นสุดยอดพืชสมุนไพรที่อยู่คู่กับชาวไทยมายาวนาน ด้วยคุณสมบัติในการเป็น “พลาสเตอร์ธรรมชาติ" จากวุ้นหรือเจลใสเย็น ๆ เต็มไปด้วยแร่ธาตุ วิตามิน และสารสำคัญ ทำให้สรรพคุณว่านหางจระเข้ทาหน้าและลำตัว เป็นประโยชน์สำหรับคนที่อยากฟื้นฟูผิวหลังเจอความร้อน โดยในว่านหางจระเข้มีสารสำคัญ ดังนี้
1. อะโลอิน (Aloin)
สารสำคัญที่พบได้ตรงส่วนนอกสุดของใบว่านหางจระเข้ มีคุณสมบัติช่วยบรรเทาและเร่งรักษาผิวเมื่อถูกแสงแดดและ UV ทำร้าย รวมถึงมีส่วนช่วยลดรอยจุดด่างดำ ซึ่งสรรพคุณของสารนี้ในว่านหางจระเข้ที่ใช้ทาหน้ายังมีส่วนช่วยลดโอกาสการเกิดฝ้าแดดในระยะยาว ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียน แลดูกระจ่างใส มีน้ำมีนวล
2. โพลีแซคคาไรด์ (Polysaccharides)
สารกลุ่มโพลีแซคคาไรด์ (Acemannan, Glucomannan, Galactoglucomannan, และ Pectins) ที่เหมือนแผ่นฟิล์มที่ล็อกความชุ่มชื้นใต้ผิว สำหรับสรรพคุณว่านหางจระเข้ทาหน้าและทาตัวจากโพลีแซคคาไรด์ บรรเทาผิวอักเสบจากแดด และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวดูยืดหยุ่นเนียนนุ่มเป็นธรรมชาติ
3. วิตามิน A, C, E และ B12
ในว่านหางจระเข้ยังเต็มไปด้วยวิตามินที่เป็นมิตรต่อผิวมากมาย
วิตามิน A : ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพจากแดดเผา ทั้งใบหน้าและลำตัว
วิตามิน C : ช่วยสร้างเกราะป้องกันผิวจากแสงแดด ให้ผิวแลดูกระจ่างใส รวมถึงลดอาการบวมแดง
วิตามิน E : ช่วยดึงและกักเก็บความชุ่มชื้น ลดโอกาสการเกิดริ้วรอยก่อนวัย
วิตามิน B12 : ลดการระคายเคือง ช่วยฟื้นฟูผิวอักเสบที่อ่อนแอให้กลับมาแข็งแรงขึ้น
4. ไกลโคโปรตีน
สารสกัดสำคัญที่ช่วยบรรเทาผิวอักเสบและบวมแดง ซึ่งสารตัวนี้ในสรรพคุณว่านหางจระเข้ทาหน้าจะโดดเด่นในเรื่อง ช่วยฟื้นฟูแผลหรือรอยไหม้จากแสงแดดให้หายเร็วขึ้น โดยกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ พร้อมยับยั้งแบคทีเรียที่อาจก่อการอักเสบ
ว่านหางจระเข้ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า

ปัจจุบันวงการสกินแคร์ได้ออกผลิตภัณฑ์ที่มีสรรพคุณว่านหางจระเข้ทาหน้า ดังนี้
มอยซ์เจอไรเซอร์ : สรรพคุณจากว่านหางจระเข้ทาหน้าในครีมบำรุง จะช่วยเติมน้ำให้ผิวที่แห้งกร้านจากแดด ตอบโจทย์ผิวทุกประเภท
มาสก์หน้า : แบบแผ่นหรือแบบทาที่มีสรรพคุณว่านหางจระเข้ จะช่วยกู้ผิวจากความร้อนของแดดและลดอุณหภูมิผิวได้แบบเร่งด่วน
ผลิตภัณฑ์แต้มสิว : ว่านหางจระเข้ ช่วยลดการอักเสบและลดโอกาสการเกิดรอยดำจากสิว
ผลิตภัณฑ์ล้างหน้า : ว่านหางจระเข้ในผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ออกแบบมาเพื่อผิวแพ้ง่าย จะช่วยทำความสะอาดอย่างอ่อนโยน คงความชุ่มชื้นไม่แห้งตึง
ว่านหางจระเข้ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกาย

ว่านหางจระเข้ไม่ได้มีสรรพคุณสำหรับทาหน้าเท่านั้น แต่ใช้กับผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกายด้วยเช่นกัน
ผลิตภัณฑ์อาบน้ำ : ส่วนผสมของว่านหางจระเข้ในเจลอาบน้ำ จะช่วยให้ผิวสดชื่น สะอาด และอ่อนโยนกว่าสบู่ก้อนทั่วไป ไม่ทำให้ผิวแห้งตึงหลังอาบ ศิริราชบำรุเวชมี ครีมอาบน้ำ ที่ผสานคุณค่าว่านหางจระเข้ตอบโจทย์คุณ
ผลิตภัณฑ์สครับผิวกาย : สูตรที่มีว่านหางจระเข้จะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าจากการโดนแดดอย่างอ่อนโยน ผิวเนียนไม่หยาบกร้าน
โลชันหรือครีมบำรุงผิว : คือรูปแบบเจลว่านหางจระเข้ที่ต้องมีติดบ้านในหน้าร้อน เพื่อช่วยเติมความชุ่มชื้น ลดอาการแสบแดงหลังเจอแดด
ผลิตภัณฑ์ผิวหน้าและผิวกายต่างกันอย่างไร?
แม้ว่าหลายผลิตภัณฑ์ได้นำสรรพคุณว่านหางจระเข้ทาหน้าและทาตัวมาใช้เหมือนกัน แต่ผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 กลุ่มมีความแตกต่างกัน ดังนี้
เนื้อสัมผัส : ผลิตภัณฑ์ผิวหน้าจะมีเนื้อสัมผัสละเอียดและซึมลงผิวไวกว่าผลิตภัณฑ์ผิวกาย เพื่อไม่ก่อให้เกิดการอุดตันบนใบหน้า เพราะใบหน้ามีรูขุมขนบนและต่อมผลิตไขมันที่มากกว่าลำตัว จึงมีโอกาสอุดตันได้ง่าย
ส่วนผสม : ต่อมไขมันบนลำตัวไม่ได้มีเยอะเท่าผิวหน้า ทำให้โลชันถูกออกแบบมาให้มีน้ำมันสำหรับเคลือบผิว เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้ยาวนาน ไม่แห้งง่าย
ความอ่อนโยน : ผิวหน้าบอบบางกว่าผิวกาย ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าจึงออกแบบเน้นเรื่องความอ่อนโยนเป็นพิเศษกว่าโลชันทาผิว เพื่อลดโอกาสเสี่ยงจากสารรุนแรงที่อาจก่อการระคายเคือง
ใช้สรรพคุณว่านหางจระเข้ทาหน้าแทนกันแดดได้หรือไม่?

คำตอบคือ "ใช้แทนกันไม่ได้" แม้สรรพคุณว่านหางจระเข้ทาหน้าจะช่วยฟื้นฟูผิวหลังโดนแดดได้ดีและมีคุณสมบัติป้องกันรังสี UV แต่ประสิทธิภาพอาจยังไม่เพียงพอที่จะป้องกันรังสีจากแสงแดดของประเทศไทยได้ ดังนั้น ขอแนะให้ใช้ครีมกันแดดที่มี SPF 30+ และ PA+++ ขึ้นไป เพื่อการปกป้องผิวจากแสงแดดอย่างมีประสิทธิภาพ
เป็นผิวไหม้แดดใช้ว่านหางจระเข้ทาได้ไหม?
“ใช้ทาได้” แต่ควรเช็กระดับความรุนแรงของผิวไหม้แดดก่อน เพื่อให้สรรพคุณว่านหางจระเข้ทาหน้าและทาตัวออกฤทธิ์ได้ตรงจุด โดยแบ่งความรุนแรงได้ 3 ระดับ
1. ระดับเล็กน้อย : ผิวเริ่มมีสีแดงอ่อน รู้สึกปวดและผิวลอกในเวลาต่อมา โดยว่านหางจระเข้จะช่วยลดอุณหภูมิและลดอาการคันได้ (ระยะฟื้นฟูอาการ : 3-5 วัน)
ระดับปานกลาง : ผิวบวมแดง แสบคัน และอาจมีรอยคล้ำจากแดด การใช้ว่านหางจระเข้จะช่วยลดการอักเสบผิวหนังด้วยความเย็นจากเนื้อเจล (ระยะฟื้นฟูอาการ : 7 วันขึ้นไป)
ระดับรุนแรง : มีอาการแสบร้อนรุนแรงและมีตุ่มใสขึ้นตามผิวหนัง ในระดับนี้ควรหยุดผลิตภัณฑ์ทุกชนิดรวมถึงว่านหางจระเข้และควรรีบไปพบแพทย์ทันที (ระยะฟื้นฟูอาการ : 14 วันขึ้นไป)
สรุป : กู้ผิวพังหลังสู้แดดอย่างถูกวิธีด้วยว่านหางจระเข้
สรรพคุณว่านหางจระเข้ทาหน้าหรือใช้ทาตัว คือตัวช่วยดูแลผิวอีกรูปแบบที่มีประสิทธิภาพในฤดูร้อน แม้ว่าจะไม่มีคุณสมบัติป้องกันแดดโดยตรง แต่ว่านหางจระเข้อุดมไปด้วยวิตามินและสารสำคัญต่าง ๆ ช่วยปลอบประโลม ลดการอักเสบ และเติมความชุ่มชื้นแก่ผิว การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมว่านหางจระเข้อย่างถูกวิธี มีส่วนช่วยฟื้นบำรุงผิวหน้าและลำตัวให้กลับมาสดใสและแข็งแรงในระยะยาว
สามารถดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์ของศิริราชบำรุงเวชเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.sirirajbrv.com
Facebook : Sirirajbumrungvej
หรือโทรศัพท์สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : 096-893-0062