แชมพูขจัดรังแค ไม่มีพาราเบน เลือกอย่างไร? เทียบ 4 สูตรตามสภาพหนังศีรษะ

ระยะเวลา : 11 นาที
ปัจจุบันคนเป็นรังแคกันง่ายขึ้นด้วยปัจจัยจากสภาพแวดล้อมอย่าง มลภาวะฝุ่น PM2.5 ความเครียดสะสม และอากาศร้อน ที่เป็นหนึ่งในตัวการของรังแค และเมื่อมองหาแชมพูที่ช่วยขจัดรังแค ผู้ที่มีหนังศีรษะอักเสบหรือคันจากรังแคจึงมักมองหาส่วนผสมที่อ่อนโยนหรือแชมพูขจัดรังแคที่ไม่มีพาราเบน (Paraben-free)
ศิริราชบำรุงเวชเข้าใจถึงปัญหารังแคบนหนังศีรษะที่หลายคนเผชิญอยู่ และอยากแนะนำผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับทุกสภาพหนังศีรษะโดยเฉพาะ SIRIRAJ Mild Shampoo ตลอดจนวิธีการเลือกส่วนผสมที่ไม่ทำร้ายหนังศีรษะ บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจสาเหตุของการเกิดรังแค พร้อมเปรียบเทียบแชมพูสระผมขจัดรังแค 4 สูตรที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และสภาพผิวหนังศีรษะ เพื่อช่วยให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพหนังศีรษะได้อย่างมั่นใจ
Highlight
รังแคเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น เชื้อรา ความมันและอับชื้น หนังศีรษะแห้ง ความเครียดสะสม ซึ่งแต่ละสาเหตุต้องการการดูแลที่แตกต่างกัน จึงควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสม
คนที่มีรังแคควรใช้แชมพูที่ปราศจากพาราเบน เนื่องจากพาราเบนอาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองหรือหนังศีรษะอักเสบมากกว่าเดิมได้
คนที่มีหนังศีรษะมันควรดูแลด้วยแชมพูที่ขจัดความมันส่วนเกิน ในขณะที่คนที่มีหนังศีรษะแห้งควรเพิ่มความชุ่มชื้นด้วย Vitamin B3 หรือ Arginine เป็นต้น แต่หากรังแคเกิดจากเชื้อราควรใช้แชมพูยาตามที่แพทย์แนะนำ
แนะนำแชมพูขจัดรังแคที่ปราศจากพาราเบนจากศิริราชบำรุงเวช “SIRIRAJ Mild Shampoo” ที่ใช้ส่วนผสมที่อ่อนโยนและช่วยมอบความชุ่มชื้นให้กับหนังศีรษะได้
หนังศีรษะมีรังแคเกิดจากอะไร ?
การทำความเข้าใจว่า รังแคเกิดจากอะไร เป็นจุดเริ่มต้นของการรักษารังแค เนื่องจากรังแคเกิดได้จากหลายสาเหตุ เมื่อเข้าใจและแก้ปัญหาได้ถูกต้องก็จะบอกลารังแคได้ถาวร โดยรังแคจะเกิดขึ้นเมื่อมีปัจจัยมากระทบจนทำให้กระบวนการผลัดเซลล์ผิวบริเวณหนังศีรษะทำงานเร็วกว่าปกติ จนเกิดเป็นเศษหนังศีรษะขาว ๆ โดยมีสาเหตุ ดังนี้
การเติบโตของเชื้อราบนหนังศีรษะ จากหนังศีรษะที่อับชื้นหรือมีความมันสูง จนทำให้อักเสบ ระคายเคือง และกระตุ้นให้หนังศีรษะผลัดเซลล์ผิวเร็วขึ้นหรือลอกเป็นแผ่นนั่นเอง
หนังศีรษะแห้งจนเกิดสะเก็ดขาว ซึ่งสามารถเกิดได้จากอากาศแห้ง การสระผมด้วยน้ำที่ร้อนจนเกินไป การใช้สารเคมีหรือแชมพูที่มีส่วนผสมแรง ทำให้หนังศีรษะแห้งลอกหรืออักเสบได้
ความเครียดสะสมจากการพักผ่อนน้อย จะกระตุ้นให้ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงและทำให้หนังศีรษะผลิตน้ำมันมากกว่าปกติ และทำให้เชื้อราเติบโตได้ดี
หนังศีรษะมันจากสภาพแวดล้อม เช่น อากาศร้อน การใส่หมวกกันน็อกเป็นประจำ หรือออกกำลังกายหนัก ๆ ทำให้เชื้อราเติบโตมากขึ้น
แชมพูขจัดรังแคไม่มีพาราเบน (Paraben-free) คืออะไร ?

เมื่อมีรังแค หนังศีรษะจะบอบบางลง ดังนั้นจึงต้องดูแลด้วยแชมพูขจัดรังแคที่อ่อนโยนต่อหนังศีรษะและปราศจากพาราเบน (Paraben-free) โดยแชมพูในกลุ่มนี้คือ แชมพูที่ไม่มีสารกันเสียชนิดพาราเบนแต่ใช้สารกันเสียประเภทอื่นแทน
พาราเบนคือ สารกันเสียที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในวงการเครื่องสำอาง โดยทำหน้าที่ยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและเชื้อรา แต่ในขณะเดียวกันพาราเบนก็เป็นส่วนผสมที่มีความรุนแรง อาจทำลายความชุ่มชื้นตามธรรมชาติของหนังศีรษะ ทำให้เกิดอาการคันและหนังศีรษะบอบบางจนอาจทำให้ปัญหารังแครุนแรงกว่าเดิม ดังนั้นผู้ที่มีรังแคจึงควรเลือกใช้แชมพูที่ไม่มีพาราเบนเป็นหลัก
แชมพูขจัดรังแคปราศจากพาราเบนมีกี่แบบ และเหมาะกับหนังศีรษะแบบไหน ?
สภาพหนังศีรษะที่แตกต่างกันทำให้ลักษณะรังแคของแต่ละคนไม่เหมือนกัน สภาพหนังศีรษะแต่ละประเภทก็เหมาะสมกับแชมพูแต่ละสูตร มารู้จัก 4 สูตรแชมพูขจัดรังแคปราศจากพาราเบนที่เหมาะกับ 4 สภาพหนังศีรษะ
1. แชมพูสูตรลดความมันสำหรับคนที่มีความมันส่วนเกิน
ความมันบนหนังศีรษะที่เกินพอดีทำให้หนังศีรษะอุดตันได้ง่าย ซึ่งเป็นต้นเหตุของหนังศีรษะอักเสบ ระคายเคือง รวมไปถึงน้ำมันบนหนังศีรษะยังเป็นอาหารสำหรับเชื้อราอีกด้วย ดังนั้นผู้ที่มีสภาพหนังศีรษะมันจึงควรใช้แชมพูสระผมขจัดรังแคที่ช่วยควบคุมความมันส่วนเกิน ไม่ทำให้อุดตัน และชำละล้างสิ่งสกปรกได้ดี
เหมาะกับใคร : คนที่ชอบออกกำลังกาย เล่นกีฬา หรือมีไลฟ์สไตล์สายลุย ทำให้ระหว่างวันมีเหงื่อออกปริมาณมากและหนังศีรษะมันง่าย โดยนอกจากแชมพูที่ช่วยลดความมัน ผู้ที่ออกกำลังกายควรใช้แชมพูสูตรอ่อนโยนที่สามารถสระได้ทุกวันโดยไม่ทำร้ายหนังศีรษะ
2. แชมพูสูตรอ่อนโยนสำหรับหนังศีรษะแห้งอักเสบ
หนังศีรษะที่สูญเสียความชุ่มชื้นหรือมีอาการอักเสบแดงจากรังแค เหมาะกับการใช้แชมพูสูตรอ่อนโยนที่ช่วยปลอบประโลมหนังศีรษะอักเสบ และเป็นแชมพูที่มีส่วนผสมที่ให้ความชุ่มชื้นได้ดี ซึ่งจะช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ในหนังศีรษะ นอกจากนี้ยังช่วยเรื่องเส้นผมแห้งเสียอีกด้วย
เหมาะกับใคร : แชมพูขจัดรังแคสูตรอ่อนโยนเหมาะกับพนักงานออฟฟิศที่ต้องนั่งทำงานอยู่กับห้องแอร์ ทำให้หนังศีรษะแห้ง พบปัญหารังแคขุยขาวเล็ก ๆ ร่วงตามเสื้อผ้า นอกจากนี้แชมพูสูตรอ่อนโยนยังเหมาะกับคนที่ผมแห้งเสียจากสารเคมี เช่น การทำสีหรือยืดผม เนื่องจากจะช่วยปลอบประโลมหนังศีรษะและเติมความชุ่มชื้นให้อีกด้วย
3. แชมพูสูตรสมุนไพรธรรมชาติสำหรับหนังศีรษะแพ้ง่าย
แชมพูขจัดรังแคสูตรสมุนไพรหรือแชมพูที่มีสารสกัดจากธรรมชาติเป็นตัวเลือกสำหรับผู้ที่มีหนังศีรษะแพ้ง่าย บอบบาง โดยแชมพูสูตรสมุนไพรธรรมชาติจะช่วยปรับสมดุลให้หนังศีรษะแข็งแรง และแม้แชมพูประเภทนี้จะมีฟองน้อย แต่ทำความสะอาดได้ดี นอกจากนี้ยังปราศจากสารที่ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง เช่น พาราเบน
ในช่วงแรกที่เปลี่ยนมาใช้แชมพูสูตรสมุนไพรอาจไม่ชินที่มีโฟมน้อยแต่ที่จริงแล้วแชมพูยังทำความสะอาดได้ดี นอกจากนี้ในบางคนอาจมีน้ำมันบนหนังศีรษะเยอะในช่วงแรก แต่เมื่อใช้เป็นประจำจะช่วยให้หนังศีรษะและเส้นผมแข็งแรงขึ้น
เหมาะกับใคร : แชมพูสูตรสมุนไพรธรรมชาติเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการใช้แชมพูสระผมที่มีสารเคมี หรือผู้ที่ต้องการดูแลหนังศีรษะด้วยสารสกัดจากธรรมชาติโดยเฉพาะ
4. แชมพูสูตรขจัดรังแคแบบมีตัวยา
แชมพูขจัดรังแคยังมีประเภทที่มีส่วนผสมของยาที่ช่วยยับยั้งเชื้อรา เช่น Zinc pyrithion, Ketoconazole หรือ Selenium Sulfide ที่ช่วยลดการเจริญเติบโตของเชื้อราและชะลอการผลัดเซลล์ผิวได้ โดยควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์ เนื่องจากยาแต่ละประเภทมีผลค้างเคียง
เหมาะกับใคร : ผู้ที่รังแคบนหนังศีรษะเกิดจากเชื้อราเป็นหลัก รวมไปถึงรวมถึงโรคเซ็บเดิร์ม หรือหนังศีรษะผลัดเซลล์ผิวอย่างรุนแรง
เปรียบเทียบ 4 สูตรแชมพูขจัดรังแคไม่มีพาราเบน

สรุปให้เข้าใจง่าย ๆ เกี่ยวกับสูตรแชมพูขจัดรังแคทั้ง 4 สูตร คือ คนที่มีหนังศีรษะมันควรใช้แชมพูขจัดรังแคที่ควบคุมความมันส่วนเกินและมีส่วนผสมที่ช่วยลดการอุดตัน ในขณะที่หนังศีรษะแห้งควรใช้แชมพูที่เติมความชุ่มชื้นได้ดี ส่วนคนที่มีหนังศีรษะบอบบางหรือต้องการใช้สารสกัดจากธรรมชาติควรใช้แชมพูสมุนไพรที่ช่วยปรับสมดุลหนังศีรษะ และสุดท้าย สำหรับคนที่มีปัญหารังแคเรื้อรังจากเชื้อรา หนังศีรษะอักเสบรุนแรง ควรใช้แชมพูที่ส่วนผสมของตัวยา
อย่างไรก็ตาม หากต้องการแก้ปัญหารังแคให้หายขาด แนะนำให้เข้ารับคำปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตรวจสอบสาเหตุและวิธีการแก้ไขที่ตรงจุด
วิธีอ่านฉลากผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม
สำหรับคนที่มีรังแค การอ่านฉลากแชมพูเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าส่วนผสมในขวดจะไม่มีสารอันตราย และเป็นแชมพูที่เหมาะกับสภาพหนังศีรษะของเรา โดยมี 4 เทคนิคในการอ่านฉลากแชมพู คือ
ตรวจสอบส่วนผสมหลังกล่อง : ควรเลี่ยงแชมพูที่มีส่วนผสมที่ลงท้ายว่า -paraben เช่น Methylparaben, Propylparaben, Butylparaben หรือเลือกขวดที่มีสัญลักษณ์ Paraben-free
มีการรับรองความปลอดภัย : ผลิตภัณฑ์ดูน่าเชื่อถือ มาจากแบรนด์ที่มีชื่อเสียง หรือผ่านการรับรองจากโรงพยาบาลหรือเภสัชกร
เช็กอายุการใช้งาน : ตรวจสอบวันหมดอายุหลังขวด เนื่องจากแชมพูที่ปราศจากพาราเบนบางชนิดอาจมีวันหมดอายุที่เร็วกว่าแชมพูทั่วไป
ตรวจสอบสินค้าของแท้ : ปัจจุบันการซื้อสินค้าออนไลน์มีความเสี่ยงที่จะได้ของปลอมอยู่ด้วย ซึ่งอาจทำให้สภาพหนังศีรษะเกิดปัญหาได้ โดยควรซื้อสินค้าจากร้านออฟฟิเชียล หรือสินค้าที่มี QR Code ให้ตรวจสอบข้อมูลได้
สรุป : เลือกแชมพูสระผมขจัดรังแคที่ไม่มีพาราเบนให้ตรงกับสภาพหนังศีรษะ

การแก้ปัญหารังแคควรเริ่มจากทำความเข้าใจสภาพหนังศีรษะและสาเหตุของรังแค เพื่อให้สามารถเลือกแชมพูที่ช่วยแก้ปัญหารังแคได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้คนที่เป็นรังแคยังควรเลือกแชมพูที่ไม่มีส่วนผสมของพาราเบน หรือขวดแชมพูที่มีฉลาก Paraben-free เพื่อป้องกันไม่ให้หนังศีรษะอักเสบรุนแรงกว่าเดิม
แนะนำแชมพูขจัดรังแคที่ไม่มีพาราเบน SIRIRAJ Mild Shampoo แชมพูพัฒนาโดยเภสัชกร มั่นใจได้ว่าจะอ่อนโยน เพราะปราศจากพาราเบนและปราศจากซิลิโคน โดยมีส่วนผสมที่ช่วงบำรุงหนังศีรษะ
Vitamin B3 : ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ควบคุมความมันส่วนเกินบนหนังศีรษะ และลดการอักเสบ โดยเป็นสารที่อ่อนโยนและไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง
Pentavitin : สารสกัดจากธรรมชาติอย่างข้าวสาลีที่ช่วยให้หนังศีรษะสามารถกักเก็บความชุ่มชื้นได้นานถึง 72 ชั่วโมง
Arginine : ส่วนประกอบสำคัญของเคราตินในเส้นผมที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและทำให้เส้นผมแข็งแรง ลดอาการระคายเคืองที่หนังศีรษะได้
สามารถสั่งซื้อ SIRIRAJ Mild Shampoo ได้แล้วทางเว็บไซต์ออฟฟิเชียลหรือที่ร้านค้าของโรงพยาบาลศิริราช
สามารถดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์ของศิริราชบำรุงเวชเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.sirirajbrv.com
Facebook : Sirirajbumrungvej
หรือโทรศัพท์สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : 096-893-0062