Skin Types 5 ประเภท ไขรหัสผิวแต่ละแบบ พร้อมวิธีดูแลและเช็กผิวได้ง่าย ๆ

ระยะเวลา : 11 นาที
ปัญหาชวนปวดหัวที่ใครหลาย ๆ คนก็เคยเจออย่างการใช้สกินแคร์มาหลากหลายแบบแต่ไม่เห็นผล หรือเสียเวลาลองผิดลองถูกจนหน้าพัง สาเหตุเหล่านี้มาจากการที่เราอาจยังไม่รู้จัก Skin Type (ประเภทผิว) ของเราดีพอ
วันนี้ศิริราช เลยถือโอกาสที่จะพาทุกคนไปเจาะลึก ทำความรู้จัก Skin Type ของผิวหน้าทั้ง 5 ประเภทว่ามีอะไรบ้าง ผิวแต่ละแบบต้องดูแลอย่างไร แล้วมาเริ่มสร้างจุดเริ่มต้นของผิวสุขภาพดีไปด้วยกัน
Skin Type #1 : ผิวธรรมดา

ผิวปกติหรือผิวธรรมดา (Normal Skin) คือ Skin Type ที่มีความสมดุลระหว่างความมันและความชุ่มชื้นบนใบหน้าในทางวิทยาศาสตร์เรียกว่า Eudermic ซึ่ง Skin Type กลุ่มนี้เป็นผิวที่สามารถผลิตน้ำมันในปริมาณที่พอดี ผิวเรียบเนียน รูขุมขนไม่กว้างเกินไป ซึ่งมีโอกาสที่จะเป็นสิวหรือเกิดผิวแห้งได้น้อยมาก ผิวธรรมดาจึงเป็น Skin Type ที่ควรดูแลด้วยการรักษาความสมดุลไว้
วิธีดูแลผิวธรรมดา
ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่อ่อนโยน : สำหรับ Skin Type ประเภทผิวธรรมดา ควรรักษาค่า pH (Potential of Hydrogen) หรือค่าความเป็นกรด-เบสให้อยู่ในระดับที่พอดี ด้วยการเลือกใช้มอยซ์เจอร์ไรเซอร์หรือผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสูตรอ่อนโยน มีค่า pH ที่ 5-6 เพื่อรักษาความชุ่มชื้นและเนียนนุ่มของผิวหน้า
ส่วนผสมที่จำเป็นต่อผิว : ผิวธรรมดาเป็น Skin Type ที่เหมาะกับผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมในการช่วยผลัดเซลล์ผิว ปกป้องผิวให้แข็งแรง และคงความชุ่มชื้นในระยะยาว อย่างเช่น Retinoids, Vitamin C, Hyaluronic Acid และ Polyglutamic Acid
Skin Type #2 : ผิวแห้ง

ผิวแห้ง (Dry Skin) คือ Skin Type ของผิวหน้าที่มักจะรู้สึกแห้งตึง ผิวลอกง่าย รวมถึงสังเกตเห็นริ้วรอยเล็ก ๆ ได้ชัด ซึ่งผิวแห้งเกิดจากต่อมไขมันใต้ผิวหนังผลิตน้ำมันน้อยจนเกินไป ทำให้ไม่สามารถกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ได้ อีกทั้งการที่ผิวหน้าขาดน้ำมัน เกราะป้องกันผิวจึงไม่สามารถทำงานได้เต็มที่ จนนำมาสู่ปัญหาผิวแห้งในระยะยาว
วิธีดูแลผิวหน้าแห้ง
เติมไขมันดีที่พร้อมเคลือบผิว : คนที่มีผิวหน้าแห้งควรให้ความสำคัญกับการเติมไขมันดีและสร้างเกราะป้องกันผิว ซึ่งทำได้ด้วยการใช้มอยซ์เจอร์ไรเซอร์ที่มีเนื้อสัมผัสเข้มข้น เพื่อทำหน้าที่เป็นฟิล์มเคลือบผิว กักเก็บความชุ่มชื้นและลดการระเหยน้ำในผิว
ส่วนผสมที่จำเป็นต่อผิว : มอยซ์เจอร์ไรเซอร์สำหรับ Skin type ผิวแห้ง ควรมี Ceramides ที่ช่วยสร้างเกราะป้องกันผิว หรือ Hyaluronic acid ที่ช่วยดึงน้ำและความชื้นในอากาศเข้าสู่ผิว หรือ Glycerin / Shea Butter ที่สามารถกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดี
สิ่งที่คนผิวแห้งควรเลี่ยง
ล้างหน้าด้วยน้ำร้อนหรือสครับผิวบ่อย ๆ : การล้างหน้าด้วยน้ำอุณหภูมิสูงนาน ๆ ทำให้ไขมันใต้ผิวหนังถูกชะล้างออกไปอย่างรวดเร็ว และการสครับหน้าบ่อย ๆ จะเกิดอาการผิวแห้งบางกว่าเดิมและเป็นการกำจัดชั้นไขมันไปพร้อมกับเซลล์ผิวชั้นนอกที่ถูกสครับ
สภาพแวดล้อม : ควรเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่หนาวเย็น ลมแรง หรือสถานที่ที่มีความชื้นน้อย เช่น ออฟฟิศที่มีแอร์เย็น เพราะจะทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้น
ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่รุนแรง : สบู่ แชมพู เจล หรือโฟมล้างหน้า ที่รุนแรงมาก เช่น สารลดแรงตึงผิว SLS, แอลกอฮอล์บางชนิด (เช่น Ethyl Alcohol) จะไปสลายน้ำมันที่ต่อมใต้ผิวหนังผลิตออกมาจนหมด
Skin Type #3 : ผิวมัน

ผิวมัน (Oily Skin) คือ Skin Type ที่มีผิวหน้าฉ่ำวาวตลอดทั้งวัน สาเหตุมาจากต่อมไขมันใต้ผิวหนังทำงานหนักจนผลิตน้ำมันออกมามากเกินไป กลายเป็นความมันส่วนเกิน และทำให้รูขุมขนดูกว้างกว่า Skin Type อื่น ๆ สุดท้ายสิ่งที่มาคู่กันกับคนผิวหน้ามันคือ ปัญหาสิวที่เกิดง่าย ทำให้ Skin Type นี้ต้องดูแลด้วยการควบคุมความมันและทำความสะอาดผิวให้หมดจด
วิธีดูแลผิวหน้ามัน
คุมความมัน พร้อมผลัดเซลล์ผิว : ผิวหน้ามันจำเป็นต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เน้นควบคุมความมันและการผลัดเซลล์ผิวเก่า เพื่อลดโอกาสรูขุมขนอุดตัน ซึ่งเป็นสาเหตุของปัญหาสิว
ส่วนผสมที่จำเป็นต่อผิว : สำหรับ Skin Type ผิวมันนั้น ควรเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว รวมถึงฟื้นบำรุงผิวที่ไม่อุดตันและปราศจากน้ำมัน (Oil-free) เช่น Salicylic Acid (BHA), AHA (Glycolic, Lactic, Citric Acids) รวมถึงส่วนผสมที่คุมความมัน อย่าง Niacinamide และ Zinc เป็นต้น
สิ่งที่คนผิวมันควรเลี่ยง
อาหารที่เพิ่มความมัน : เลี่ยงการทานอาหารที่เพิ่มความมันให้ผิวหรือปริมาณน้ำตาลสูง (ไม่ควรทานบ่อย) เช่น ของทอด ขนมหวาน เพราะสามารถกระตุ้นการผลิตไขมันบนผิวหน้า
สกินแคร์ที่มีน้ำมันหรือแอลกอฮอล์ : ควรเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมัน แอลกอฮอล์ หรือ ซิลิโคน (Silicones) บางตัว เพราะส่วนผสมเหล่านี้อาจทำให้เกิดการอุดตัน
ไม่ควรล้างหน้าบ่อย : การล้างหน้าบ่อย ๆ ความจริงแล้วเป็นการกระตุ้นให้ต่อมผลิตไขมันทำงานหนัก จนผิวหน้าเกิดความมันส่วนเกิน
Skin Type #4 : ผิวผสม

ผิวผสม (Combination Skin) คือ Skin Type ของผิวหน้าที่มีโครงสร้างความชุ่มชื้นและความมันที่ซับซ้อน แต่สามารถสังเกตได้ตรง T-Zone (ตำแหน่งบนใบหน้าตั้งแต่ หน้าผาก จมูก และคาง) จะเห็นความมันวาว และบริเวณแก้มจะสังเกตได้ว่าผิวแห้ง ซึ่งผิวผสมนั้นมาจากต่อมไขมันบนใบหน้าทำงานขัดแย้งไม่สอดคล้องกัน
วิธีดูแลผิวผสม
การใส่ใจดูแลแบบผสมผสาน : สำหรับการดูแลผิวของ Skin Type ผิวผสม จะซับซ้อนกว่าคนที่มีผิวธรรมดา ผิวแห้ง และผิวมัน โดยควรเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าที่อ่อนโยน สามารถควบคุมความมัน (Oil-control) เพื่อใช้บำรุงตรง T-zone ส่วนบริเวณผิวแห้งควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความเข้มข้นและเน้นการเติมความชุ่มชื้น
ปกป้องผิวจากรังสี UV : คนที่มีผิวผสมควรทาครีมกันแดด เพื่อสร้างเกราะป้องกันรังสี UV ที่กระตุ้นต่อมผลิตน้ำมัน และลดปัญหาสิวบริเวณ T-Zone อีกทั้งการทาครีมกันแดดยังช่วยปกป้องผิวส่วนที่แห้ง ไม่ให้ผิวอักเสบหรือหมองคล้ำ
สิ่งที่คนผิวผสมควรเลี่ยง
ผลิตภัณฑ์ที่แรงเกินไป : สำหรับการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าที่มีฤทธิ์รุนแรง เช่น โทนเนอร์เช็ดหน้าที่มีส่วนผสมแอลกอฮอล์ หรือการใช้ AHA และ BHA เข้มข้นทุกวัน จะทำให้ส่วนที่ผิวแห้งเกิดการอักเสบและระคายเคืองได้ เพราะฉะนั้นคนที่มี Skin Type แบบผิวผสมควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นสูตรอ่อนโยนเพื่อบำรุงและควบคุมไม่ให้ผิวหน้าบริเวณที่แห้งเกิดการระคายเคือง
Skin Type #5 : ผิวแพ้ง่าย

ผิวแพ้ง่าย (Sensitive Skin) เป็น Skin Type ที่เกิดจากเกราะป้องกันหรือระบบปกป้องของผิวหนังถูกทำลายจนอ่อนแอลง ทำให้ผิวหน้าไวต่อสิ่งเร้า เช่น สารเคมี แอลกอฮอล์ น้ำหอม สภาพอากาศ หรือแม้แต่ความเครียดก็ทำให้เกิดผิวแพ้ง่าย และอาการแสบ ๆ คัน ๆ มีผื่นแดงได้
วิธีดูแลผิวแพ้ง่าย
ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย : ด้วยการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมช่วยปลอบประโลมผิว และไม่ก่อให้เกิดการแพ้หรือไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่น Glycerin, Ceramide, Niacinamide เป็นต้น
ปรึกษาแพทย์ผิวหนัง : สำหรับคนที่ต้องการความมั่นใจเกี่ยวกับ Skin Type ของตนเอง เราแนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง เพื่อหาสาเหตุการแพ้และวางแผนการดูแลผิวหน้าอย่างถูกต้องและปลอดภัย
สิ่งที่คนผิวแพ้ง่ายควรเลี่ยง
ส่วนผสมที่อาจมีการระคายเคือง : ควรเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารกระตุ้นให้ผิวหน้าเกิดการระคายเคือง เช่น แอลกอฮอล์ น้ำหอม หรือแม้แต่กรดที่ช่วยผลัดเซลล์ผิว AHA และ BHA ที่มีความเข้มข้นสูง
การสครับ ขัด หรือถูหน้าแรง ๆ : หลีกเลี่ยงการสัมผัสผิวหน้าที่รุนแรง เพราะการขัด ถู สครับผิวบ่อย ๆ แรง ๆ จะทำให้ผิวอักเสบได้ง่าย
วิธีเช็ก Skin Type ด้วยตัวเองง่าย ๆ

พอรู้แล้วว่าผิวมีกี่ประเภท ควรเลือกและเลี่ยงแบบไหนถึงจะมีสุขภาพผิวที่ดี สุดท้ายนี้คุณเองก็สามารถเช็ก Skin Type ของตัวเองได้ง่าย ๆ ที่บ้าน ดังนี้
ล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดแบบอ่อนโยน
ซับหน้าให้แห้งด้วยผ้าขนหนูหรือกระดาษเช็ดหน้าที่สะอาด งดทาครีมบำรุงใด ๆ รอประมาณ 20-30 นาทีแล้วสังเกต Skin Type ของคุณ หากรู้สึกว่า :
ผิวไม่แห้งหรือไม่มัน ดูอิ่มฟูปกติ แสดงว่าผิวปกติ
ผิวแห้งตึง แสดงว่าผิวแห้ง
ผิวมันวาวดูลื่น แสดงว่าผิวมัน
ผิวบริเวณ T-Zone มันวาว แต่ตรงแก้มมีความแห้ง แสดงว่าผิวผสม
มีอาการคัน แสบ หรือผิวหน้าแดง แสดงว่าผิวแพ้ง่าย
*สำหรับคนที่ยังไม่แน่ใจว่า Skin Type ของตนเองเป็นแบบไหน ยังมีอีกวิธีนั่นคือคุณสามารถเลือกเข้าไปตรวจเช็กข้อมูลผิวหน้าด้วยตนเองได้ที่เว็บไซต์ ChoiceChecker
เมื่อรู้ว่า Skin Type (สภาพผิว) ของตัวเองเป็นแบบไหนก็จะง่ายกับการเลือกซื้อสกินแคร์ที่เหมาะกับสภาพผิว หรือเรียงลำดับขั้นตอนการลงสกินแคร์ได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งทั้ง 2 อย่างเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการมีผิวหน้าที่สุขภาพดี
สรุป : Skin Type ทั้ง 5 จำเป็นที่จะดูแลผิวหน้า เพื่อสุขภาพผิวที่ดี
สกินแคร์ใช่ว่าจะใช้อะไรก็ได้ และการที่รู้ว่า Skin Type ใบหน้าของเราเป็นแบบไหนนับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ถูกต้อง ที่เหลือคือการเลือกใช้สกินแคร์หรือผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าที่มีมาตรฐาน
ศิริราชบำรุงเวชได้คิดค้นและพัฒนาสกินแคร์โดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสุขภาพผิวที่ดีของทุก Skin Type พร้อมออกไปใช้ชีวิตแบบมั่นใจในทุกวัน
SIRIRAJ MOISTURE RICH CREAM : มอยซ์เจอร์ไรเซอร์บำรุงผิวหน้า ผสม Vitamin E เข้มข้น 5% ปราศจากพาราเบนและน้ำหอม เติมเต็มความชุ่มชื้นให้ผิวหน้าแลดูกระจ่างใส
SIRIRAJ PURE PHYSICAL SUNSCREEN SPF 50+ PA++++ : ครีมกันแดดเนื้อบางเบา ไม่เหนียวเหนอะ ไม่อุดตัน ปราศจากน้ำหอมและพาราเบน สามารถป้องกันรังสี UVA และ UVB เหมาะที่จะใช้ทุกวันก่อนออกไปข้างนอก
SIRIRAJ TINTED PHYSICAL SUNSCREEN PHY SPF 50+ PA++++ : ครีมกันแดดสีเนื้อที่ช่วยปรับสีผิวให้เรียบเนียนแลดูสม่ำเสมอกัน ปราศจากน้ำหอมและพาราเบน เหมาะกับคนแต่งหน้าแต่ไม่อยากหนักหน้า
สามารถดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์ของศิริราชบำรุงเวชเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.sirirajbrv.com
Facebook : Sirirajbumrungvej
หรือโทรศัพท์สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : 096-893-0062