วิธีเลือกครีมกันแดดทาหน้าสำหรับสายปั่นจักรยาน

วิธีเลือกครีมกันแดดทาหน้าสำหรับสายปั่นจักรยาน

6 พฤษภาคม 2569

แชร์:

ระยะเวลา : 8 นาที

การเลือก “ครีมกันแดดทาหน้า” คือเรื่องที่เหล่านักปั่นควรให้ความสำคัญก่อนออกทริป ไม่ว่าจะปั่นลัดเลาะชมเมือง ปั่นข้ามจังหวัด หรือรวมก๊วนปั่นจักรยาน เทรนด์ที่กำลังมาช่วงนี้ แม้ว่าคุณจะเตรียมตัว เตรียมร่างกายมาดีแค่ไหน แต่หลายคนมองข้ามเรื่องการดูแล “ผิวหน้า” รู้ตัวอีกทีผิวก็พังลง ดูโทรม ดูคล้ำจากแดดประเทศไทยจนยากจะแก้

เพื่อให้คุณได้เอนจอยในทุกเส้นทางการปั่นโดยไม่กลัวผิวเสีย ศิริราชบำรุงเวชจะพาไปดูวิธีเลือกครีมกันแดดทาหน้า ที่ออกแบบเพื่อรับมือกับเหงื่อ มลภาวะ และรังสี UV พร้อมวิธีดูแลผิวสำหรับนักปั่นจักรยานให้ผิวแข็งแรง ไม่หวั่นแม้ต้องเจอแดดจัด

Highlight

  • แดดและรังสี UV มีข้อดีและข้อเสีย แม้วันที่ฟ้าครึ้มหรือแสงน้อย รังสี UV ยังทะลุผ่านเมฆได้ถึง 80% การทา ครีมกันแดดทาหน้า จึงจำเป็นในทุกสภาพอากาศ

  • ควรเลือกครีมกันแดดทาหน้าสูตรกันน้ำ เพื่อป้องกันครีมไหลเข้าตาและหลุดได้ง่ายจากเหงื่อ

  • นอกจากการทาครีมกันแดด ควรใช้อุปกรณ์ เช่น แว่นกันแดด ผ้าบัฟ หมวกกันน็อกแบบที่มีปีก เป็นต้น เพื่อบดบังแสงแดดให้มากที่สุด

  • นักปั่นที่ไม่อยากให้ผิวพัง ควรใส่ใจครีมกันแดดที่ไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน ประเภท Physical Sunscreen เพื่อบรรเทาการระคายเคืองของผิวหน้าจากแสงแดด

ทำไมนักปั่นจักรยาน ต้องให้ความสำคัญกับครีมกันแดดทาหน้า ?

BRV_SIRIRAJ-APR-Blog-05-01

ตามปกติทั่วไปแล้ว การปั่นจักรยาน มักจะเป็นกิจกรรมและกีฬา Outdoor แน่นอนว่าร่างกาย โดยเฉพาะ “ใบหน้า” ต้องเผชิญกับปัจจัยภายนอกโดยตรงนาน ๆ หากไม่ได้ปกป้องผิวด้วยครีมกันแดดทาหน้า ที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ เกราะป้องกันผิว อาจถูกทำลายอย่างรวดเร็ว ถึงขั้นต้องรักษาผิวไหม้แดดเร่งด่วน เพราะในขณะที่ปั่นจักรยานผิวหน้าของเรา แทบไม่มีอะไรมาปิดบังได้ 100% ซึ่งมีปัจจัยเสี่ยงที่เหล่านักปั่นต้องระวังหลัก ๆ ได้แก่

1. แสงแดดและรังสี UV

แม้แสงแดดจะช่วยเสริมวิตามิน D และภูมิคุ้มกันให้ผิว แต่การออกไปปั่นจักรยานช่วง 10:00-16:00 น. ช่วงที่รังสี UVB เข้มข้นสูง ผิวเสี่ยงต่อการถูกเผาได้ง่ายและยังมีรังสี UVA ที่พร้อมทำลายคอลลาเจนและผิวหนังชั้นใน จนนำไปสู่ปัญหาเรื่องริ้วรอยก่อนวัย หากไม่ป้องกันอย่างถูกต้อง

แม้ในวันที่เมฆหนา ฟ้ามืดแดดน้อย หลายคนคิดว่าไม่ทาครีมกันแดดทาหน้าคงไม่เป็นไร แต่รู้ไหมรังสี UV โดยเฉพาะ UVA ที่สามารถทะลุเมฆได้ ดังนั้น การใช้ครีมกันแดดทาหน้า ถือเป็นการยกการ์ดป้องกันที่ไม่ควรปล่อยการ์ดตก ไม่ว่าจะเจอสภาพอากาศแบบไหนก็ตาม

2. มลภาวะบนถนน = ตัวเร่งทำลายผิว

นอกจากแสงแดดและรังสี UV แล้ว มลภาวะรอบตัวของเหล่านักปั่น คือปัจจัยอันตรายภายนอกที่ทำให้ผิวหน้าแย่ลง

  • เหงื่อ : หากไม่ทาครีมกันแดดทาหน้า คราบเหงื่อจะผสมกับไขมันบนใบหน้า ทำให้ผิวอาจระคายเคืองได้ง่าย

  • ลม : ไม่ว่าจะปั่นช้าหรือเร็ว สุดท้ายหน้าก็ต้องปะทะกับลม ทำให้ความชุ่มชื้นถูกพัดปลิวออกจากผิว ส่งผลให้หน้าแห้ง เกิดสิวง่าย รวมถึงผื่นแพ้อากาศ

  • ฝุ่น : PM 2.5 ละอองเล็ก ๆ และควันรถสามารถอุดตันรูขุมขนได้ หากไม่ใช้ครีมกันแดดทาหน้าป้องกันผิวไว้ เสี่ยงเป็นสิว ผิวอักเสบ อาจถึงขั้นภูมิตก หากไม่ดูแลความสะอาดอย่างถูกวิธี

4 คุณสมบัติครีมกันแดดทาหน้าที่เหมาะกับคนชอบปั่นจักรยาน

BRV_SIRIRAJ-APR-Blog-05-02

ทุกวันนี้ผลิตภัณฑ์ป้องกันแดดมีหลากหลายแบบวางขายทั้งออนไลน์และหน้าร้าน แต่สำหรับนักปั่นที่เจอมลภาวะและแสงแดด ศิริราชบำรุงเวชขอแนะนำให้เลือกครีมกันแดดทาหน้า จากคุณสมบัติทั้ง 4 อย่าง ได้แก่

1. มีค่าการป้องกันที่เพียงพอ

  • SPF : ค่าการปกป้องผิวจากการถูกเผาโดยรังสี UVB ดังนั้น ครีมกันแดดทาหน้าสำหรับนักปั่นควรเป็น SPF50+ ขึ้นไป เพื่อป้องกัน UVB ได้อย่างมั่นใจ

  • PA : ค่าการปกป้องผิวจาก UVA เพื่อป้องกันริ้วรอยและหน้าโทรมก่อนวัย คุณควรเลือกกันแดดที่มี PA++++ เพื่อเสริมเกราะป้องกันผิวสูงสุด

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ค่า SPF คืออะไร และทำไมค่า PA ถึงสำคัญกับนักปั่นจักรยาน

2. มีคุณสมบัติกันน้ำ

นักปั่นจักรยานควรเลือกครีมกันแดดทาหน้าแบบ Water Proof หรือ Very Water Resistant เพราะในขณะที่ปั่น คุณต้องเจอแดดและเหงื่อที่สามารถล้างครีมที่ทาออกจนหมด การป้องกันผิวก็จะลดลง ดังนั้น การเลือกกันแดดสูตรนี้จะช่วยให้ครีมเกาะผิวแม้จะมีเหงื่อออกเยอะก็ตาม

3. เป็นสูตรที่ไม่ก่อให้เกิดอาการอุดตันรูขุมขน

ควรเลือกครีมกันแดดทาหน้า Non-comedogenic, Oil-free หรือสูตรที่บอกว่าปราศจากน้ำมัน เพื่อลดความมันส่วนเกิน เช่น Physical Sunscreen ครีมกันแดดที่สามารถสะท้อน UV อ่อนโยนต่อผิว ลดโอกาสการเกิดสิว

4. มีส่วนผสมช่วยฟื้นฟูผิว

  • วิตามินอี : ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิว พร้อมปลอบประโลมผิวจากแสงแดดเผา

  • สังกะสีหรือซิงค์ (Zinc Oxide) : มีส่วนช่วยลดระคายเคืองและปรับสมดุลการทำงานต่อมไขมัน

  • กลีเซอรีน (Glycerin) : ช่วยดึงน้ำและความชุ่มชื้นเข้าสู่ผิว เสริมให้เกราะป้องกันผิวหน้าแข็งแรง

5 เคล็ดลับรักษาประสิทธิภาพครีมกันแดดทาหน้า

BRV_SIRIRAJ-APR-Blog-05-03

ความจริงแล้วเราควรทากันแดดซ้ำทุก 2-3 ชั่วโมง เพื่อให้การป้องกันยังคงประสิทธิภาพ หากไม่สะดวกทาบ่อย ๆ สามารถใช้วิธียืดประสิทธิภาพการป้องกันได้ผ่าน 5 วิธี ได้แก่

  1. ใส่แว่นกันแดดป้องกันผิวรอบดวงตา

  2. ใช้หมวกกันน็อกที่มีปีกหมวก กันแดดให้กับใบหน้าส่วนบน

  3. สวมผ้าปิดหน้ากันฝุ่นและแดด ตั้งแต่รอบคอ แก้ม และใบหู

  4. เลือกปั่นช่วงเช้าที่แดดอ่อน ๆ หรือช่วงตอนเย็นเป็นหลัก

  5. เลือกครีมกันแดดทาหน้า เนื้อบางเบาหรือแบบสเปรย์ เพื่อเติมระหว่างพักได้สะดวก

สรุป : ครีมกันแดดทาหน้า ไอเทมจำเป็นของนักปั่นจักรยาน

สิงห์นักปั่นทั้งหลาย การเลือกครีมกันแดดทาหน้าแสดงถึงความใส่ใจสุขภาพผิวหน้า ไม่ต่างกับการใส่ใจสุขภาพร่างกาย ดังนั้น ครีมกันแดดทาหน้า ที่ตอบโจทย์คุณควรมีค่า SPF50+ PA++++ แบบกันน้ำ ไม่อุดตันผิว การดูแลผิวหน้าเป็นประจำจะช่วยให้คุณปั่นสนุกได้เต็มที่โดยไม่มีกังวลเรื่องผิวเสีย

FAQ

Q1: ปั่นช่วงกลางคืน ต้องทาครีมกันแดดทาหน้าไหม ?

A1: ไม่จำเป็น เพราะไฟตามถนนมี UV ต่ำมาก การทาครีมกันแดดทาหน้าอาจทำให้รู้สึกหนักผิวและเสี่ยงต่อการอุดตัน

Q2: ช่วงพักล้างหน้า ครีมกันแดดจะหลุดไหม ?

A2: ถ้าใช้ครีมกันแดดสูตรกันน้ำ เมื่อล้างหน้าด้วยน้ำเบา ๆ เนื้อครีมจะยังคงเกาะผิวไม่หลุดออก แต่หลังปั่นเสร็จควรเช็ดหน้าด้วยคลีนซิ่งก่อนล้างหน้า เพื่อไม่ให้ครีมกันแดดอุดตันบนผิว

Q3: ปั่นไม่เกิน 50 นาที ควรใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงไหม ?

A3: ควรใช้ แม้จะปั่นในระยะสั้น ๆ ในช่วงเช้า แต่แดดประเทศไทยมีความเข้มข้นสูงแทบทั้งวัน การเลือกใช้ครีมกันแดดทาหน้าที่มี SPF สูงและ PA พอดี จะช่วยป้องกันหมองคล้ำได้ดีกว่า

สามารถดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์ของศิริราชบำรุงเวชเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.sirirajbrv.com

Facebook : Sirirajbumrungvej

หรือโทรศัพท์สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : 096-893-0062

แชร์: