หนังศีรษะอักเสบ เกิดจากการเกาบ่อยจริงไหม? เผยสาเหตุที่คุณอาจไม่รู้

หนังศีรษะอักเสบ เกิดจากการเกาบ่อยจริงไหม? เผยสาเหตุที่คุณอาจไม่รู้

3 เมษายน 2569

แชร์:

ระยะเวลา : 7 นาที

ใครเป็นบ้าง เกาหัวตอนรู้สึกคัน ยิ่งเกายิ่งเพลิน บางคนเข้าร้านสระผมมักจะขอให้ช่างช่วยเกาศีรษะแรง ๆ เพราะรู้สึกฟิน ซึ่งพฤติกรรมแบบนี้อาจทำให้คุณต้องเจอ “หนังศีรษะอักเสบ” แบบไม่ทันตั้งตัว ส่งผลเสียโดยตรงต่อรากผมในระยะยาว

บทความนี้ศิริราชบำรุงเวช จะมาอธิบายกลไกของอาการคันหนังศีรษะแบบละเอียด สัญญาณผิดปกติที่เตือนว่าหนังศีรษะอักเสบ พร้อมวิธีป้องกันอย่างถูกต้องเพื่อรักษาสุขภาพหนังศีรษะและเส้นผมที่ดีไปนาน ๆ

หนังศีรษะกับโครงสร้างอันซับซ้อน

BRV_SIRIRAJ-Mar-Blog-05-01

การจะทำความเข้าใจอาการหนังศีรษะอักเสบได้นั้น เราต้องรู้จักโครงสร้างของผิวหนังศีรษะกันก่อน เพราะเป็นส่วนที่บอบบางและมีต่อมไขมันหนาแน่นกว่าส่วนอื่น ๆ บนร่างกาย ซึ่งประกอบด้วย 5 ส่วนสำคัญ ดังนี้

  1. ผิวหนังกำพร้า (Epidermis) : ผิวชั้นนอกสุด เปรียบเสมือนเกราะป้องกันชั้นแรก หากเอามือเกาแรง ๆ เซลล์ผิวอาจหลุดออกมาเป็นแผ่นผิดปกติ เสี่ยงต่อการเป็นจุดเริ่มต้นของหนังศีรษะอักเสบที่นำไปสู่การเกิดรังแค >> อ่านบทความ รังแคเกิดจากอะไร?

  2. ผิวหนังแท้ (Dermis) : ชั้นผิวที่ยืดหยุ่นด้วยคอลลาเจนและอีลาสติน มีเส้นเลือดฝอยลำเลียงสารอาหารและแร่ธาตุไปยังเส้นประสาทและต่อมไขมัน หากหนังศีรษะชั้นนี้อักเสบ จะมีอาการบวมแดงและปวดได้

  3. รากผมและรูขุมขน (Hair Bulb and Hair Follicle) : ทำหน้าที่สร้างเส้นผมใหม่ หากส่วนนี้ได้รับการอักเสบ อาจทำให้ผมใหม่อ่อนแอ ร่วงง่าย ไปจนถึงขั้นรุนแรงอย่างรากผมฝ่อได้เลย

  4. ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Hypodermis) : คอยสะสมพลังงานและรับแรงกระแทกจากการเกาให้กับกะโหลกศีรษะ ช่วยคุมสมดุลอุณหภูมิหนังศีรษะให้ชุ่มชื้นไม่แห้งตึง

  5. จุลินทรีย์บนหนังศีรษะ (Scalp Microbiome) : ปกติแล้วเรามีเชื้อราบนหนังศีรษะ ชื่อว่า มาลาสซีเซีย (Malassezia globosa) อาศัยอยู่ หากโครงสร้างหนังศีรษะเสียสมดุลจากการเกาหรือสารเคมี จะกระตุ้นการเกิดหนังศีรษะอักเสบหรือเซ็บเดิร์มได้ง่ายขึ้น

ทำไมการเกาหัวแรง ๆ ทำให้หนังศีรษะอักเสบได้?

BRV_SIRIRAJ-Mar-Blog-05-02

ในทางผิวหนังวิทยามีสิ่งที่เรียกว่า “วงจรคัน-เกา (Itch–Scratch Cycle)” ที่ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายหัวเพียงอย่างเดียว แต่เป็นจุดเกิดของปัญหาหนังศีรษะอักเสบเรื้อรัง ซึ่งมีกลไกของวงจร ดังนี้

1. เกิดอาการระคายเคืองศีรษะ

อาการคันหัวหรือระคายเคืองบนหนังศีรษะ เกิดจากหลายปัจจัย เช่น

  • เหงื่อและความมัน : หากสะสมไปนาน ๆ จะกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อรา

  • หนังศีรษะแห้ง : สูญเสียน้ำหรือความชุ่มชื้น ทำให้ผิวลอกและคันในที่สุด

  • การแพ้สารเคมีบางชนิด : น้ำหอม สารกันเสียในแชมพู หรือส่วนผสมที่ไม่เหมาะกับผิว

เมื่อศีรษะเกิดระคายเคือง ร่างกายจะปล่อยสาร ฮีสตามีน (Histamine) กระตุ้นเส้นประสาท ทำให้เรารู้สึกคันและอยากเกา

2. ร่างกายกระตุ้นให้เกา

การเกาหัวอาจรู้สึกผ่อนคลายก็จริง แต่เพียงชั่วคราวเท่านั้น ยิ่งเราเกาแรงเท่าไหร่ เกราะป้องกันผิวก็ยิ่งถูกทำลายจนอ่อนแอลง ทำให้เสี่ยงต่อการอักเสบของหนังศีรษะในรูปแบบต่าง ๆ เช่น

  • รูขุมขนอักเสบ : มีตุ่มคันแดง ๆ ทั่วศีรษะคล้ายสิวจากการติดเชื้อ

  • หนังศีรษะติดเชื้อรา : การเกาทำให้เชื้อโรคกระจายตัวและเกิดหนังศีรษะอักเสบซ้ำซ้อน

  • รังแคเพิ่มขึ้น : การเกาหัวอย่างรุนแรงอาจกระตุ้นให้ผิวเร่งการผลัดเซลล์ผิวใหม่ เพื่อซ่อมแซมส่วนที่เสียหาย ก่อนจะหลุดลอกตามธรรมชาติ

3. ความรู้สึกอยากเกาซ้ำ

เมื่อเราเกาหัว สมองจะหลั่ง เซโรโทนิน (Serotonin) สารสื่อประสาทที่ทำให้รู้สึกเคลิ้มผ่อนคลาย จนทำให้หลายคนเกาไม่หยุดหรือที่เรียกว่า อาการคันเรื้อรัง (Chronic Pruritus) หากเกาต่อเนื่องนานกว่า 1 เดือน อาจทำให้ผิวหนาและเกิดหนังศีรษะอักเสบเรื้อรังที่รักษายาก

3 อาการหนังศีรษะอักเสบที่ควรพบแพทย์

หากเกาศีรษะบ่อยจนรู้สึกถึงความผิดปกติเหล่านี้ อาจเป็นสัญญาณว่าหนังศีรษะกำลังอักเสบ ควรพบแพทย์โดยเร็ว

1.เซ็บเดิร์ม (Seborrheic Dermatitis)

โรคต่อมไขมันบนหนังศีรษะอักเสบที่พบบ่อยในช่วงที่ร่างกายอ่อนแอหรือพักผ่อนน้อย มีรังแค เกิดสะเก็ดสีขาวหรือเหลือง และผื่นแดงคัน

2.สะเก็ดเงินที่ศีรษะ (Scalp Psoriasis)

โรคผิวหนังศีรษะอักเสบจากภูมิคุ้มกันผิดปกติ ทำให้มีผื่นปื้นแดงหนา มีขุยหรือสะเก็ดสีเงินขาว อาการรุนแรงและสามารถลามออกมานอกไรผม

3.กลากบนศีรษะ (Tinea Capitis)

หรือโรคชันนะตุ จากการติดเชื้อราที่มาจากความชื้นบนหัว ทำให้ผมร่วงเป็นหย่อม มีขุยขาวและตุ่มหนอง รู้สึกคันระคายเคืองหนัก

4 วิธีดูแลอาการคันหนังศีรษะแบบอ่อนโยน

BRV_SIRIRAJ-Mar-Blog-05-03

เพื่อหยุดวงจรความคัน-เกา สาเหตุของหนังศีรษะอักเสบ เราควรดูแลหนังศีรษะตนเองด้วย 4 วิธีดังนี้

1. สระผมอย่างถูกวิธี

เลือกใช้แชมพูสระผมที่อ่อนโยน สระด้วยน้ำอุณหภูมิปกติ นวดศีรษะเป็นประจำ สำหรับคนที่มองหาแชมพูที่ตอบโจทย์ปัญหานี้โดยตรง ขอแนะนำ แชมพูศิริราช SIRIRAJ Mild Shampoo แชมพูสระผมสูตรอ่อนโยน คิดค้นและพัฒนาโดยทีมเภสัชโรงพยาบาลศิริราช

จุดเด่นของ SIRIRAJ MILD SHAMPOO

  • ปราศจากซิลิโคนและพาราเบน

  • สระได้บ่อยครั้งเป็นประจำทุกวัน

  • เหมาะกับทุกสภาพผิวหนังศีรษะ

  • มี Pentavitin, วิตามิน B3 และ Arginine ช่วยเติมความชุ่มชื้น ปรับสมดุลผิว และลดการระคายเคืองสาเหตุหนังศีรษะอักเสบ

2. เลี่ยงการทำเคมีและความร้อน

ลดการทำสีหรือผลิตภัณฑ์แต่งทรงผมที่มีแอลกอฮอล์ น้ำหอม หรือส่วนผสมที่รุนแรง รวมถึงควรเป่าผมด้วยลมเย็นแทนลมร้อน

3. ระวังเรื่องความอับชื้น

ไม่ควรใส่หมวกขณะผมเปียกหรือรัดผมแน่น เพราะความอับชื้นที่แหล่งสะสมเชื้อโรคแบคทีเรียเสี่ยงเป็นหนังศีรษะอักเสบ

4. ทานอาหารที่มีประโยชน์

น้นปลาแซลมอนที่มีโอเมก้า 3 ผักใบเขียว ผลไม้ที่มีวิตามินซี และถั่วต่าง ๆ เพื่อสุขภาพหนังศีรษะ ควรเลี่ยงแอลกอฮอล์ ของหมักดอง และนมที่ไขมันสูง อาจกระตุ้นการอักเสบ

สรุป : หยุดวงจรคัน-เกา เพื่อสุขภาพหนังศีรษะที่แข็งแรง

การคันหัวและเกาบ่อย ๆ อาจดูเหมือนพฤติกรรมปกติทั่วไป แต่ถ้าเกาแรงเกินไป อาจทำให้หนังศีรษะของเราอักเสบได้ ดังนั้น การปรับพฤติกรรมชีวิตประจำวันและเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผมที่ช่วยปรับสมดุลคืนความชุ่มชื้น คือกุญแจสำคัญที่ช่วยให้คุณห่างไกลปัญหาหนังศีรษะอักเสบอย่างยั่งยืน พร้อมใช้ชีวิตอย่างมั่นใจได้ทุกวัน

สามารถดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์ของศิริราชบำรุงเวชเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.sirirajbrv.com

Facebook : Sirirajbumrungvej

หรือโทรศัพท์สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : 096-893-0062

แชร์: