หนังศีรษะอักเสบ เกิดจากการเกาบ่อยจริงไหม? เผยสาเหตุที่คุณอาจไม่รู้

ระยะเวลา : 7 นาที
ใครเป็นบ้าง เกาหัวตอนรู้สึกคัน ยิ่งเกายิ่งเพลิน บางคนเข้าร้านสระผมมักจะขอให้ช่างช่วยเกาศีรษะแรง ๆ เพราะรู้สึกฟิน ซึ่งพฤติกรรมแบบนี้อาจทำให้คุณต้องเจอ “หนังศีรษะอักเสบ” แบบไม่ทันตั้งตัว ส่งผลเสียโดยตรงต่อรากผมในระยะยาว
บทความนี้ศิริราชบำรุงเวช จะมาอธิบายกลไกของอาการคันหนังศีรษะแบบละเอียด สัญญาณผิดปกติที่เตือนว่าหนังศีรษะอักเสบ พร้อมวิธีป้องกันอย่างถูกต้องเพื่อรักษาสุขภาพหนังศีรษะและเส้นผมที่ดีไปนาน ๆ
หนังศีรษะกับโครงสร้างอันซับซ้อน

การจะทำความเข้าใจอาการหนังศีรษะอักเสบได้นั้น เราต้องรู้จักโครงสร้างของผิวหนังศีรษะกันก่อน เพราะเป็นส่วนที่บอบบางและมีต่อมไขมันหนาแน่นกว่าส่วนอื่น ๆ บนร่างกาย ซึ่งประกอบด้วย 5 ส่วนสำคัญ ดังนี้
ผิวหนังกำพร้า (Epidermis) : ผิวชั้นนอกสุด เปรียบเสมือนเกราะป้องกันชั้นแรก หากเอามือเกาแรง ๆ เซลล์ผิวอาจหลุดออกมาเป็นแผ่นผิดปกติ เสี่ยงต่อการเป็นจุดเริ่มต้นของหนังศีรษะอักเสบที่นำไปสู่การเกิดรังแค >> อ่านบทความ รังแคเกิดจากอะไร?
ผิวหนังแท้ (Dermis) : ชั้นผิวที่ยืดหยุ่นด้วยคอลลาเจนและอีลาสติน มีเส้นเลือดฝอยลำเลียงสารอาหารและแร่ธาตุไปยังเส้นประสาทและต่อมไขมัน หากหนังศีรษะชั้นนี้อักเสบ จะมีอาการบวมแดงและปวดได้
รากผมและรูขุมขน (Hair Bulb and Hair Follicle) : ทำหน้าที่สร้างเส้นผมใหม่ หากส่วนนี้ได้รับการอักเสบ อาจทำให้ผมใหม่อ่อนแอ ร่วงง่าย ไปจนถึงขั้นรุนแรงอย่างรากผมฝ่อได้เลย
ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Hypodermis) : คอยสะสมพลังงานและรับแรงกระแทกจากการเกาให้กับกะโหลกศีรษะ ช่วยคุมสมดุลอุณหภูมิหนังศีรษะให้ชุ่มชื้นไม่แห้งตึง
จุลินทรีย์บนหนังศีรษะ (Scalp Microbiome) : ปกติแล้วเรามีเชื้อราบนหนังศีรษะ ชื่อว่า มาลาสซีเซีย (Malassezia globosa) อาศัยอยู่ หากโครงสร้างหนังศีรษะเสียสมดุลจากการเกาหรือสารเคมี จะกระตุ้นการเกิดหนังศีรษะอักเสบหรือเซ็บเดิร์มได้ง่ายขึ้น
ทำไมการเกาหัวแรง ๆ ทำให้หนังศีรษะอักเสบได้?

ในทางผิวหนังวิทยามีสิ่งที่เรียกว่า “วงจรคัน-เกา (Itch–Scratch Cycle)” ที่ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายหัวเพียงอย่างเดียว แต่เป็นจุดเกิดของปัญหาหนังศีรษะอักเสบเรื้อรัง ซึ่งมีกลไกของวงจร ดังนี้
1. เกิดอาการระคายเคืองศีรษะ
อาการคันหัวหรือระคายเคืองบนหนังศีรษะ เกิดจากหลายปัจจัย เช่น
เหงื่อและความมัน : หากสะสมไปนาน ๆ จะกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อรา
หนังศีรษะแห้ง : สูญเสียน้ำหรือความชุ่มชื้น ทำให้ผิวลอกและคันในที่สุด
การแพ้สารเคมีบางชนิด : น้ำหอม สารกันเสียในแชมพู หรือส่วนผสมที่ไม่เหมาะกับผิว
เมื่อศีรษะเกิดระคายเคือง ร่างกายจะปล่อยสาร ฮีสตามีน (Histamine) กระตุ้นเส้นประสาท ทำให้เรารู้สึกคันและอยากเกา
2. ร่างกายกระตุ้นให้เกา
การเกาหัวอาจรู้สึกผ่อนคลายก็จริง แต่เพียงชั่วคราวเท่านั้น ยิ่งเราเกาแรงเท่าไหร่ เกราะป้องกันผิวก็ยิ่งถูกทำลายจนอ่อนแอลง ทำให้เสี่ยงต่อการอักเสบของหนังศีรษะในรูปแบบต่าง ๆ เช่น
รูขุมขนอักเสบ : มีตุ่มคันแดง ๆ ทั่วศีรษะคล้ายสิวจากการติดเชื้อ
หนังศีรษะติดเชื้อรา : การเกาทำให้เชื้อโรคกระจายตัวและเกิดหนังศีรษะอักเสบซ้ำซ้อน
รังแคเพิ่มขึ้น : การเกาหัวอย่างรุนแรงอาจกระตุ้นให้ผิวเร่งการผลัดเซลล์ผิวใหม่ เพื่อซ่อมแซมส่วนที่เสียหาย ก่อนจะหลุดลอกตามธรรมชาติ
3. ความรู้สึกอยากเกาซ้ำ
เมื่อเราเกาหัว สมองจะหลั่ง เซโรโทนิน (Serotonin) สารสื่อประสาทที่ทำให้รู้สึกเคลิ้มผ่อนคลาย จนทำให้หลายคนเกาไม่หยุดหรือที่เรียกว่า อาการคันเรื้อรัง (Chronic Pruritus) หากเกาต่อเนื่องนานกว่า 1 เดือน อาจทำให้ผิวหนาและเกิดหนังศีรษะอักเสบเรื้อรังที่รักษายาก
3 อาการหนังศีรษะอักเสบที่ควรพบแพทย์
หากเกาศีรษะบ่อยจนรู้สึกถึงความผิดปกติเหล่านี้ อาจเป็นสัญญาณว่าหนังศีรษะกำลังอักเสบ ควรพบแพทย์โดยเร็ว
1.เซ็บเดิร์ม (Seborrheic Dermatitis)
โรคต่อมไขมันบนหนังศีรษะอักเสบที่พบบ่อยในช่วงที่ร่างกายอ่อนแอหรือพักผ่อนน้อย มีรังแค เกิดสะเก็ดสีขาวหรือเหลือง และผื่นแดงคัน
2.สะเก็ดเงินที่ศีรษะ (Scalp Psoriasis)
โรคผิวหนังศีรษะอักเสบจากภูมิคุ้มกันผิดปกติ ทำให้มีผื่นปื้นแดงหนา มีขุยหรือสะเก็ดสีเงินขาว อาการรุนแรงและสามารถลามออกมานอกไรผม
3.กลากบนศีรษะ (Tinea Capitis)
หรือโรคชันนะตุ จากการติดเชื้อราที่มาจากความชื้นบนหัว ทำให้ผมร่วงเป็นหย่อม มีขุยขาวและตุ่มหนอง รู้สึกคันระคายเคืองหนัก
4 วิธีดูแลอาการคันหนังศีรษะแบบอ่อนโยน

เพื่อหยุดวงจรความคัน-เกา สาเหตุของหนังศีรษะอักเสบ เราควรดูแลหนังศีรษะตนเองด้วย 4 วิธีดังนี้
1. สระผมอย่างถูกวิธี
เลือกใช้แชมพูสระผมที่อ่อนโยน สระด้วยน้ำอุณหภูมิปกติ นวดศีรษะเป็นประจำ สำหรับคนที่มองหาแชมพูที่ตอบโจทย์ปัญหานี้โดยตรง ขอแนะนำ แชมพูศิริราช SIRIRAJ Mild Shampoo แชมพูสระผมสูตรอ่อนโยน คิดค้นและพัฒนาโดยทีมเภสัชโรงพยาบาลศิริราช
จุดเด่นของ SIRIRAJ MILD SHAMPOO
ปราศจากซิลิโคนและพาราเบน
สระได้บ่อยครั้งเป็นประจำทุกวัน
เหมาะกับทุกสภาพผิวหนังศีรษะ
มี Pentavitin, วิตามิน B3 และ Arginine ช่วยเติมความชุ่มชื้น ปรับสมดุลผิว และลดการระคายเคืองสาเหตุหนังศีรษะอักเสบ
2. เลี่ยงการทำเคมีและความร้อน
ลดการทำสีหรือผลิตภัณฑ์แต่งทรงผมที่มีแอลกอฮอล์ น้ำหอม หรือส่วนผสมที่รุนแรง รวมถึงควรเป่าผมด้วยลมเย็นแทนลมร้อน
3. ระวังเรื่องความอับชื้น
ไม่ควรใส่หมวกขณะผมเปียกหรือรัดผมแน่น เพราะความอับชื้นที่แหล่งสะสมเชื้อโรคแบคทีเรียเสี่ยงเป็นหนังศีรษะอักเสบ
4. ทานอาหารที่มีประโยชน์
น้นปลาแซลมอนที่มีโอเมก้า 3 ผักใบเขียว ผลไม้ที่มีวิตามินซี และถั่วต่าง ๆ เพื่อสุขภาพหนังศีรษะ ควรเลี่ยงแอลกอฮอล์ ของหมักดอง และนมที่ไขมันสูง อาจกระตุ้นการอักเสบ
สรุป : หยุดวงจรคัน-เกา เพื่อสุขภาพหนังศีรษะที่แข็งแรง
การคันหัวและเกาบ่อย ๆ อาจดูเหมือนพฤติกรรมปกติทั่วไป แต่ถ้าเกาแรงเกินไป อาจทำให้หนังศีรษะของเราอักเสบได้ ดังนั้น การปรับพฤติกรรมชีวิตประจำวันและเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผมที่ช่วยปรับสมดุลคืนความชุ่มชื้น คือกุญแจสำคัญที่ช่วยให้คุณห่างไกลปัญหาหนังศีรษะอักเสบอย่างยั่งยืน พร้อมใช้ชีวิตอย่างมั่นใจได้ทุกวัน
สามารถดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์ของศิริราชบำรุงเวชเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.sirirajbrv.com
Facebook : Sirirajbumrungvej
หรือโทรศัพท์สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : 096-893-0062